โครงการสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสุขภาวะกรุงเทพ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส . ) บางกอกฟอรั่ม สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ มูลนิธิมิตรภาพสู่ท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายรวมพลคนรักกรุงเทพฯ มานับตั้งแต่ปี 2548 ในการร่วมขับเคลื่อนให้เกิด กองทุนสุขภาวะกรุงเทพ และ กองทุนสุขภาวะระดับเขต ที่เป็นกลไกที่เกิดจากการรวมตัวของทุกภาคส่วนในสังคม ได้แก่ ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ ภาครัฐทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น เพื่อเข้ามาช่วยเชื่อมประสานและสนับสนุนให้การทำงานของภาคส่วนต่าง ๆ ดีขึ้น
เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ สภาพบริบทของสังคมกรุงเทพฯ มีความแตกต่างและหลากหลาย อาทิ เขตหนองจอก ที่อยู่ทางทิศตะวันออก หรือเขตทวีวัฒนาที่อยู่ด้านทิศตะวันตกของกรุงเทพฯ มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชนบท ประชาชนส่วนใหญ่ยังประกอบอาชีพเกษตรกรรม ในขณะที่เขตสีลม หรือเขตอื่น ๆ ที่อยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งมีความเป็นเมืองสูงมาก เป็นพื้นที่ของภาคธุรกิจการค้าที่สำคัญของประเทศ ดังนั้น โครงการสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสุขภาวะกรุงเทพ จึงได้ริเริ่มดำเนินการผ่านพื้นที่ระดับเขตนำร่อง 4 เขต ประกอบด้วย เขตทวีวัฒนา เขตหนองจอก เขตจอมทอง และเขตพระนคร
กระบวนการกลั่นความคิด เพื่อริเริ่ม : การศึกษาความเป็นไปได้
นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา กระบวนการพูดคุยเรื่องแนวคิด มูลนิธิชุมชน (ชื่อโครงการ ฯ ในปี 2548) หรือ กองทุนสุขภาวะ ได้เริ่มเข้มข้นขึ้นในหมู่พวกเราชาวบางกอกฟอรั่ม ในฐานะของผู้ทำงานที่เริ่มต้นด้วยความกระตือรือร้น เนื่องจากโครงการนี้เป็นสิ่งใหม่ในสังคมไทย มีความเป็นนวัตกรรมสูง อีกทั้งแนวคิด มูลนิธิชุมชน เป็นแนวคิดที่พัฒนามาจากต่างประเทศที่ได้ริเริ่มดำเนินการในหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศในแถบตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา มากว่า 100 ปี ดังนั้น จึงเป็นความท้าทายอย่างสูงในการนำแนวคิดดังกล่าวไปปรับใช้กับสภาพบริบทสังคมกรุงเทพ ฯ ที่มีความหลากหลาย
ช่วงเริ่มโครงการ ฯ ในปี พ.ศ. 2548 โครงการสนับสนุนการก่อตั้งกองทุนสุขภาวะกรุงเทพ ได้ใช้ชื่อว่า โครงการวิจัยและพัฒนามูลนิธิชุมชนกรุงเทพ ภายใต้การบริหารจัดการของโครงการมูลนิธิชุมชน โดยมูลนิธิมิตรภาพสู่ท้องถิ่น สถาบันคีนันแห่งเอเซีย สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา บางกอกฟอรั่ม และภาคีเครือข่ายรวมพลคนรักกรุงเทพ ด้วยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
แนวคิด มูลนิธิชุมชน เป็นแนวคิดที่ถือกำเนิดขึ้นในต่างประเทศ กระบวนการก่อเกิดในแต่ละประเทศนั้น มีความแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับบริบทของสังคม สภาพพื้นที่ และอีกหลากหลายปัจจัย ดังนั้นคณะทำงานโครงการ ฯ จึงได้วางแผนการดำเนินงานในลักษณะของการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อนำไปสู่การถอดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันท่ามกลางสถานการณ์และบริบทของสังคมไทยในพื้นที่นั้น ๆ เพราะเมื่อสามารถจับตัวแบบการพัฒนา ( Model Development) การก่อเกิดพร้อมการพัฒนาความรู้ในช่วงแรกได้ ก็จะส่งผลทำให้สามารถดำเนินการขยายสู่พื้นที่อื่น ๆ ได้โดยมีข้อจำกัดที่น้อยลง พร้อมกันนี้หากสามารถทำให้เกิดผลเชิงรูปธรรมได้ ย่อมจะสะท้อนถึงความยั่งยืนในอนาคตของแนวคิดมูลนิธิชุมชนในกรุงเทพ ฯ ได้เป็นอย่างดี
พวกเราเริ่มทำงานจากการรวบรวมข้อมูลด้านต่างๆ จากหน่วยราชการ องค์กรพัฒนา ผู้นำชุมชน และ การสำรวจความคิดของปัจเจกชนในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกเป็นรายบุคคล (in-depth interview) การสนทนากลุ่ม (focus group discussion) รวมถึงการจัดเวทีการประชุมเชิงปฏิบัติการ (work shop) เพื่อระดมและสะท้อนความคิดเห็นของคนอย่างหลากหลาย เพื่อการสังเคราะห์ความคิดหรือการทำ concept ที่ชัดเจนของ แนวคิดมูลนิธิชุมชน ในบริบทของสังคมกรุงเทพ ฯ
นิยามคำว่า ทุน ของชาวกรุงเทพ ฯ
สิ่งแรกที่เราให้ความสนใจระหว่างการทำงานขับเคลื่อนให้เกิด มูลนิธิชุมชน หรือ กองทุนสุขภาวะ คือ การค้นหาความหมายของคำว่า ทุน ที่จะต้องให้นิยามเองโดยคนในพื้นที่ โดย มูลนิธิชุมชน หรือ กองทุนสุขภาวะ จะช่วยเป็นกลไกเชื่อมประสานทรัพยากร ที่เน้นการพึ่งพากันบนฐานของศักยภาพของตนเอง ชุมชน และสังคมอีกช่องทางหนึ่ง ดังนั้น การให้ความหมายในเรื่อง ทุน จึงต้องมาจากคนในพื้นที่เป็นหลักเพราะ คนใน ย่อมรู้บริบทต่าง ๆ ได้ดีกว่า คนนอก เช่น พวกเรา
จากการทำงานในช่วงต้นของพวกเรา พบว่าสิ่งที่เรียกว่า ทุน ของชาวกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึง ทุนมนุษย์ ทุนภูมิปัญญา ทุนทางสังคม ทุนสิ่งแวดล้อม ฯลฯ โดย ทุนเงิน เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้ชุมชนสามารถดำเนินกิจกรรมได้ แต่ไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาดทางปัญญาของพื้นที่ แนวคิดความเป็นไปได้ในการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิด มูลนิธิชุมชน หรือ กองทุนสุขภาวะ ในเบื้องต้น คือ การเชื่อมประสานทรัพยากรในมิติอื่น ๆ ของพื้นที่ด้วย โดยต้องเน้นการเชื่อมประสานทุนทางสังคม การสร้างความไว้วางใจ การสร้างสำนึกร่วม แล้วทรัพยากรประเภทอื่น ๆ ก็จะตามมา
ลักษณะความพร้อมของพื้นที่ที่สามารถดำเนินงานได้บรรลุผล
การเริ่มดำเนินงานในพื้นที่ใดก็ตาม ควรต้องศึกษาระบบความสัมพันธ์ของผู้คนในพื้นที่นั้น ๆ ก่อน โดยอาจเริ่มจากการศึกษาในเรื่องราวที่คนในพื้นที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน หรือมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเป็นชุมชนสูง เช่น ความมีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความสัมพันธ์ในเครือญาติ ชุมชน และควรจะแกะความสัมพันธ์ดังกล่าวให้ออก
การเริ่มในพื้นที่ชุมชนที่มีประวัติศาสตร์เป็นทุนทางสังคมร่วมกัน จะเริ่มได้ง่ายกว่าพื้นที่ชุมชนที่ขาดมิติความสัมพันธ์ดังกล่าว และหากคนในพื้นที่มีความต้องการเริ่มต้นที่จะขับเคลื่อน กองทุนสุขภาวะ โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้ทางปัญญา ก็ยิ่งจะทำให้ กระบวนการขับเคลื่อน กองทุนสุขภาวะ มีความยั่งยืน
กองทุนสุขภาวะ มีความสอดคล้องกับแนวพระราชดำรัส เศรษฐกิจพอเพียง ที่เน้นการสร้างระบบการเกื้อกูลกันอย่างมีสติ และหากชุมชนนั้น ๆ มีผู้นำหรือแกนนำที่มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาชุมชนหรือสังคม ก็จะยิ่งทำให้การเริ่มงานมีความสำเร็จมากขึ้น และหากเกิด มูลนิธิชุมชนกรุงเทพ หรือ กองทุนสุขภาวะกรุงเทพ เป็นรูปธรรม กลไกกลางเหล่านี้ควรต้องเข้ามาทำหน้าที่ เชื่อมประสานให้เกิดการเสริมพลัง (Synergy) ` จากทุกภาคส่วน ให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรทุนในด้านต่างๆ โดยมีพื้นที่เป็นตัวตั้ง เพื่อมุ่งส่งเสริมศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชน
นัยยะเบื้องต้น...บริบทของชาวกรุงเทพ
กองทุนสุขภาวะกรุงเทพ และ กองทุนสุขภาวะระดับเขต เป็นกลไกที่เกิดจากการรวมตัวของทุกภาคส่วนในสังคม ได้แก่ ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ ภาครัฐทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น เพื่อเข้ามาช่วยเชื่อมประสานและสนับสนุนให้การทำงานของภาคส่วนต่าง ๆ ดีขึ้น จนนำไปสู่การสร้างเสริม สุขภาวะ ให้ชาวกรุงเทพ ฯ
กองทุนสุขภาวะ เกิดจากฐานคิดการรวมตัวเป็นองค์กรที่ประชาชนจะได้ร่วมกันบริหารจัดการ ร่วมระดมทุน ร่วมจัดสรรทุน รวมถึงการเป็นผู้สนับสนุนทุน โดยสามารถให้มากกว่าทุนที่เป็นตัวเงิน เช่น อาจจะเป็นการให้แรงงาน การเป็นอาสาสมัคร รวมถึงการให้ทรัพยากรอื่น ๆ ตามกำลังความสามารถ กองทุนสุขภาวะ ยังเป็นกลไกที่ช่วยให้เกิดการพึ่งพากันบนศักยภาพของตนเอง ชุมชน และสังคม เช่น ธุรกิจในท้องถิ่นหรือผู้ที่มีกำลังทรัพย์มีจิตใจอยากเอื้อเฟื้อแบ่งปัน ก็สามารถสมทบหรือบริจาคตามกำลังของตนเอง รวมทั้งทุกคนในท้องถิ่นนั้นๆ ก็สามารถสมทบทุนได้ เป็นการทำให้เกิดการ ทำบุญแบบใหม่ คือ การทำบุญเพื่อการพัฒนา และสร้าง สุขภาวะ ให้แก่ทุกคนในกรุงเทพ ฯ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจพอเพียง คือ การสร้างระบบเกื้อกูลช่วยเหลือกันและกัน หรือ ระบบภูมิคุ้มกันทางสังคม ( Social Safety Net) เพื่อให้กรุงเทพ ฯ เป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม และมีความสุข
จากเหตุผลดังกล่าว พวกเราจึงได้เลือก เขตทวีวัฒนาและเขตหนองจอก เป็นพื้นที่นำร่องโครงการ ฯ เนื่องจากพื้นที่ทั้งสองแห่งนี้มีลักษณะความพร้อมในการขับเคลื่อนมูลนิธิชุมชน มากกว่าเขตอื่น ๆ และเรามุ่งหวังว่าหากเริ่มด้วยพื้นที่ที่มีความเป็นชุมชนสูงจะสามารถเคลื่อนกระบวนการคนอาสาได้ง่ายกว่าพื้นที่อื่น ๆ ของกรุงเทพ
เขตหนองจอก
ตามเงื่อนไขบริบทของพื้นที่ที่ได้เบื้องต้นผนวกกับจากการสำรวจความคิดเห็นของแกนนำในเขตหนองจอก พบว่าเขตหนองจอกมีความต้องการที่จะพัฒนา มูลนิธิชุมชน หรือ กองทุนสุขภาวะ ในมิติของการเป็นองค์กรเชื่อมประสานทรัพยากรที่จะนำไปสู่กระบวนการเรียนรู้ทางปัญญาร่วมกันของคนในพื้นที่
เขตทวีวัฒนา
แกนนำเขตทวีวัฒนา ที่เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการให้ข้อสะท้อนที่น่าสนใจว่า แท้จริงแล้วพื้นที่แต่ละเขตการปกครองไม่มีเส้นเขตแดน ดังนั้นจึงควรมองในมิติความเชื่อมโยงเป็นองค์รวมของระบบภูมินิเวศที่เชื่อมโยงถึงกัน โดยเฉพาะ สายน้ำลำคลองเพื่อชีวิต ระบบคูคลองนับว่าเป็นระบบธรรมชาติที่สำคัญมากในสังคมไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่ในอดีตมีการใช้คลองเป็นเส้นทางการคมนาคม จึงทำให้ในกรุงเทพฯมีคูคลองจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตทวีวัฒนาที่เป็นชุมชนรอยต่อระหว่างชุมชนเมืองในกรุงเทพฯและชุมชนต่างจังหวัด ได้แก่ จังหวัด นครปฐม จึงทำให้ชุมชนให้ความสำคัญกับคลอง เนื่องจากปัจจุบัน บ้านจัดสรร โรงงานบางแห่ง ร้านอาหารที่เกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ไม่มีระบบกำจัดน้ำเสีย จึงปล่อยน้ำที่ยังไม่ได้บำบัดลงคลอง ส่งผลกระทบต่อทั้งคุณภาพน้ำและชีวิตของผู้คนในพื้นที่กรุงเทพ ฯ อีกทั้งในปัจจุบัน เรามีปัญหาเรื่องน้ำท่วม จึงมีความเป็นไปได้ว่า หากรื้อฟื้นระบบคูคลองขึ้นมา และมีการขุดลอก บำรุง ดูแลอยู่ตลอด ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาเรื่องน้ำท่วมได้ในอนาคต
กองทุนสุขภาวะ หรือ มูลนิธิชุมชนของชาวเขตทวีวัฒนา จึงควรเป็นไปในลักษณะของกลไกเชื่อมประสานทรัพยากรเพื่อให้เกิดการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเขตทวีวัฒนา เพื่อนำไปสู่ความอยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน
|