หน้าแรก I ติดต่อบางกอกฟอรั่ม I เกี่ยวกับบางกอกฟอรั่ม I  English version   I  Webboard บางกอก


ชมรมฟ้าใส
: เครือข่ายอาหารปลอดภัยของชาวกรุงเทพ

 

ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เรื่องราวของข้าวกลายเป็นกระแสข่าวคราวในระดับโลก ราคาข้าวในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น
เนื่องจากประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่หลายประเทศงดส่งออก ทำให้เกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวในประเทศไทยสามารถ
ขายข้าวได้ในราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ขณะเดียวกัน ค่าปุ๋ยเคมี ค่ายาฆ่าแมลง ที่เป็นต้นทุนการผลิตก็มีราคา
สูงมากขึ้นด้วยเช่นกันโดยเป็นเหตุผลต่อเนื่องจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นมาก ส่งผลทำให้เกษตรกรไทยต้องแบกรับ
ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงมากขึ้นไปด้วย และเมื่อใดก็ตามที่ราคาข้าวในตลาดโลกตกต่ำลง เกษตรกรผู้ปลูกข้าว
จะกลับมาขาดทุนจากการทำนาอีกครั้ง ทั้งนี้ยังไม่ต้องกล่าวว่าการใช้สารเคมีทางการเกษตรนั้นเป็นอันตราย
ต่อระบบนิเวศ ทำลายสิ่งแวดล้อม และสะสมเป็นพิษต่อร่างกายมนุษย์ในระยะยาว

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2551 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมเป็นครั้งแรกของ “ชมรมฟ้าใส”
ซึ่งเป็นชมรมที่เกิดจากการรวมตัวกันของเกษตรกรผู้สนใจระบบการเกษตรแบบปลอดสารพิษ โดยเน้น
ที่การเพาะปลูกข้าวอินทรีย์ โดยมีจุดใหญ่ใจความอยู่ที่การลด-ละ-เลิกการใช้สารเคมีเกษตรที่ทำให้เกิด
อันตรายต่อชีวิตทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภค นอกจากนี้ ผลพลอยได้ที่สำคัญของการทำเกษตรอินทรีย์ก็คือ
สามารถลดต้นทุนการผลิตได้มาก

ชมรมฟ้าใส เป็นชมรมที่เกิดจากการรวมตัวข้ามเขต ข้ามจังหวัดของเกษตรกรที่สนใจการเกษตรอินทรีย์
สมาชิกส่วนใหญ่ของชมรมฟ้าใส อาศัยอยู่ในเขตหนองจอก กรุงเทพฯ บางส่วนมาจากเขตบางบอน
เขตจอมทอง และเขตตลิ่งชันกรุงเทพฯและยังข้ามจังหวัดไปที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา
ที่เป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับเขตหนองจอก กรุงเทพฯ อีกด้วย

เกษตรกรที่เป็นสมาชิกชมรมฟ้าใสได้รวมตัวกันขึ้นมาภายหลังจากที่โครงการสนับสนุนการก่อตั้งกองทุน
สุขภาวะกรุงเทพ ที่บางกอกฟอรั่มเป็นผู้ดำเนินการ ได้นำเกษตรกรผู้สนใจเข้ารับการอบรมเรื่องการปลูกข้าวอินทรีย์ที่
มูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี เมื่อเดือนมีนาคม 2551 จำนวน 50 คน ซึ่งทำให้เกษตรกรเหล่านี้มั่นใจมากขึ้นว่า
การเพาะปลูกข้าวแบบไม่ใช้สารเคมีการเกษตรใดๆเลยนั้น มีความเป็นไปได้จริงเพียงแต่ต้องรู้เทคนิควิธีการ
ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินกว่าจะเรียนรู้

การประชุมของชมรมฟ้าใสในครั้งนี้ เป็นการประชุมเพื่อกำหนดทิศทางการทำงานของชมรมฟ้าใส โดยได้ข้อสรุปว่า
ชมรมฟ้าใส จะเน้นการส่งเสริมให้เกษตรกร ลด-ละ-เลิก การใช้สารเคมีทางการเกษตร ส่งเสริมให้มีการเชื่อมโยง
เครือข่ายทางการเกษตร เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลข่าวสารทางด้านเทคโนโลยีการเกษตรสู่สมาชิก

โดยจะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ปลูกข้าวอินทรีย์ และใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ที่ผลิตเอง เพื่อคืนความสมดุล
ให้กับธรรมชาติและสังคม  ลดต้นทุนการผลิต อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรให้สามารถ
พึ่งตนเองได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่จะพัฒนาและส่งเสริมให้เกิดตลาดผลผลิตเกษตรอินทรีย์
ต่อไปในอนาคตข้างหน้า

แกนนำของชมรมฟ้าใส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม ยังคาดหวังว่า ผลกำไรที่ได้รับจากการประกอบกิจการ
ของชมรมฯ นั้น จะแบ่งบางส่วนออกมาเป็นเงิน “กองทุนซะกาต” ตามหลักศาสนาอิสลาม
เพื่อมอบให้กับบุคคลทั้ง 8 ประเภท ตามแนวทางของศาสนาอิสลาม ได้แก่
1. คนอนาถา
2. คนที่อัตคัดขัดสน
3. ผู้เข้ารับอิสลามใหม่
4. ผู้บริหารการจัดเก็บและจ่ายซะกาต
5. ทาสที่ได้รับอนุมัติจากนายให้นำเงินไปไถ่ถอน
6. ผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
7. คนพลัดถิ่น หลงทาง
8. ผู้ที่ดำเนินกิจการต่างๆ

หรือทำการต่อสู้เพื่อรักษาไว้ซึ่งหลักการอิสลาม ซึ่งหากเทียบกับหลักการพัฒนาชุมชนแล้ว ก็จะพบว่า
กองทุนซะกาตนี้ มีความใกล้เคียงกับกองทุนสวัสดิการนั่นเอง ทั้งหมดนี้จะทำให้เกิดเป็นสุขภาวะ
ในพื้นที่เกษตรกรรมชานเมืองกรุงเทพฯ

ตามที่ได้มีการกำหนดความหมายของคำว่า “สุขภาวะ” ของชาวหนองจอก เอาไว้แล้ว ในเวทีประชุม
แบบสุนทรียสนทนา (DIALOGUE) ที่เขตหนองจอก เมื่อปี พ.ศ.2550 ที่ผ่านมาว่า
สุขภาวะของชาวหนองจอก คือ การดำรงชีวิตอยู่ในสังคมที่ยึดมั่นในหลักศาสนาและวัฒนธรรมที่ดีงาม
การมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่มีมลพิษ และสารพิษจากสารเคมีการเกษตรตกค้าง อาหารการกินปลอดภัย
และเขตหนองจอกจะกลายเป็นครัวของกรุงเทพ อีกทั้งยังสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล
ตามหลักศาสนาอิสลามไปยังต่างประเทศ และนอกจากนี้แล้ว ที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือ การเกิดขึ้น
ของกองทุนซะกาต ยังจะส่งผลให้เกิดการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในชุมชนท้องถิ่นอีกด้วยถือเป็น
จังหวะก้าวที่น่าสนใจ และเป็นทางเลือกที่น่าจะเป็นทางรอดของเกษตรกรในกรุงเทพฯ
และพื้นที่ใกล้เคียงต่อไปในอนาคต

 

 
Copyright@ 2006 Bangkok Forum
บางกอกฟอรั่ม เลขที่ 104, 106 ถ.แพร่งภูธร แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทร. 02-228-1362-3 โทรสาร 02-228-1362 หรือ www.bangkokforum.net หรือ bangkokforum@yahoo.com