User login

Navigation

Who's online

There are currently 0 users and 1 guest online.

ตลิ่งชัน

28 สิงหาคม 2550 ชุมชนลัดมะยม แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน

เย็นของวันนี้ มีคนกว่า 20 คน มารวมตัวกันที่ริมคลองลัดมะยม สถานที่ ที่จะทำเป็นตลาดน้ำแห่งใหม่
ของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนแขวงบางระมาด ซึ่งเดิมได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว
แต่เนื่องจากสถานที่เดิมคับแคบและตัวโรงเรือนที่ใช้เป็นตลาดสำหรับขายสินค้าของชาวบ้านไม่ค่อย
แข็งแรงนัก จึงได้ย้ายมาอีกฟากหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างกันอย่างขมักเขม้นเพื่อที่จะ
ให้ทันเปิดตัวตลาดใหม่ ในวันที่ 1และ2 กันยายนนี้ และจะเปิดเป็นประจำทุกวันหยุดเสาร์ ? อาทิตย์
ของแต่ละสัปดาห์ ในวันนี้คนเหล่านี้เขาจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องความสุขของคนริมคลอง และคุณค่าบางอย่างที่กำลังจะสูญหายไป

ก่อนวงสนทนาพูดคุยจะเริ่มขึ้น คุณสุรชัย เจ้าของพิพิธภัณฑ์เรือจำลองในตลาดน้ำลัดมะยม เล่าให้ฟังว่า
เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ครั้งที่ผู้คนริมคลองลัดมะยมยังอาศัยคลองซึ่งเป็นเหมือนหัวใจหลัก ทั้งทางด้านการสัญจรไปมาและการเกษตรกรรมรวมไปถึงใช้อุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ครั้งนั้นคลองยังดูใสสะอาด ถึงขนาดลงไปดำผุดดำว่ายได้เลยทีเดียว มีคำพูดของลุงชวน ผู้ที่เคยเที่ยวพายเรือเก็บขยะในคลองหลังจากที่ผู้คนเริ่มไม่ให้ความใส่ใจ และทิ้งขยะลอยเกลื่อน จนมีบางคนมองว่าเป็นคนบ้าที่พายเรือเก็บขยะทั้งที่มีคนทิ้งอยู่ทุกวันเพราะ เก็บยังไงก็ไม่มีวันหมดแต่ลุงชวนก็ยังทำอยู่อย่างนั้น ลุงชวน บอกว่า ?พอถนนมาคนก็ไม่สนใจเรือ พอประปามาคนก็ไม่ใสใจคลอง?

ซึ่งนั่นก็หมายความว่าพอความเจริญเข้ามาคนเลิกใช้คลองใช้น้ำ เป็นสาเหตุmที่ทำให้คลองขาดการดูแลเอาใจใส่และคนก็ทิ้งขยะลงในคลองกันเยอะ

ปัจจุบันลุงชวน หรือ นายชวน ชูจันทร์ จากคนบ้าเก็บขยะในคลอง กลายเป็นผู้นำชุมชนที่ชาวบ้านให้ความศรัทธาจากการทำเป็นแบบอย่างที่ดีในการดูแลรักษาคลอง จากความอุตสาห์นั้นทำให้พาชาวบ้านหันกลับมาดูแลเอาใจใส่คลองลัดมะยมกันมากขึ้นโดยลุงชวนและชาวบ้าน ได้ร่วมกันจัดตั้งตลาดน้ำขึ้นที่ริมคลองลัดมะยมและให้ชาวบ้านนำสินค้าในชุมชน จำพวก พืชผัก ผลไม้ และของกิน นานาชนิด มาขายภายในตลาดน้ำคลองลัดมะยมแห่งนี้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนแล้วยังเป็นการอนุรักษ์ วัฒนธรรมเก่าแก่คือการกลับมาใช้เรือและที่สำคัญไปกว่านั้นลุงชวน เชื่อว่าถ้าชาวบ้านหันกลับมาใช้คลองมากขึ้นคลองก็จะได้รับการดูแลมากขึ้นด้วย กิจกรรมตลาดน้ำจึงเป็นทั้งการสร้างอาชีพและอนุรักษ์ไปในตัวด้วยอีกทางหนึ่ง

เย็นวันนั้น การพูดคุยเริ่มขึ้นแบบเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ รู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ในกรุงเทพมหานคร เพราะมองไปทางไหนก็มีแต่สวนผักผลไม้ และเสียงเรือยนต์ของชาวบ้านผ่านมาเป็นระยะๆ ในวงสนทนาประกอบไปด้วยชาวบ้าน ผู้นำชุมชนในแขวงบางระมาด อาจารย์และเด็กนักเรียนจากโรงเรียนโพธิสานพิทยากรเข้าร่วมพูดคุยด้วยโดยมี อาจารย์โสรฬ สิริไสย์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล มาเป็นผู้ชวนพูดคุยในวงสนทนาครั้งนี้ และทีมงานบางกอกฟอรั่มฯเข้าร่วมสังเกตการณ์ การสนทนาในครั้งนี้ด้วยประเด็นที่ใช้เป็นการเริ่มต้นพูดคุยในวันนี้ คือเรื่อง อะไรคือความสุขในการใช้ชีวิตของแต่ละคน

ลุงสเนห์ เล่าถึงความฝันว่าอยากให้คนหันกลับมาดูแลกันเหมือนสมัยเก่าก่อน อยากให้ชาวสวนชาวบ้านมีแต่ความสุขและอยากเห็นผู้นำที่มีความเสียสละในชุมชน

อาจารย์สงวน พูดถึงเรื่องความสุขกับการปลูกต้นไม้ ปลูกพริก มะละกอ พอออกลูกออกผลมาก็เด็ดไปแจกเพื่อนบ้านแจกคนงานความสุขเกิดจากการได้แบ่งปันนั่นเอง และความสุขที่สำคัญที่สุดของการเป็นครูคือการได้เห็นลูกศิษย์ประสบความสำเร็จในชีวิตคนเป็นครูอย่าง อาจารย์สงวน ถือว่าเป็นความสุขที่สุด

ลุงสุรชัย ด้วยความที่คุณลุงสุรชัยเป็นคนพูดตรงๆ การทำความดีของลุงสุรชัย จึงเป็นการทำตามกฏหมายบ้านเมือง เมื่อเห็นคนทิ้งขยะลงไปในแม่น้ำลำคลองลุงสุรชัยก็จะไปแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ ดำเนินการ ส่วนความสุข ในความหมายของลุงสุรชัยเอาตามหลวงพ่อสั่งสอน ความสุข คือการมีทุกข์น้อย ถ้ามีทุกข์น้อยก็มีความสุข เท่านั้นเอง

อาจารย์วรินทร์ ผู้รู้และผู้นำแห่งทวีวัฒนาเดินทางมาร่วมวงสนทนาในครั้งนี้ด้วย อาจารย์เล่าถึงตอนที่มาเป็นครูสอนอยู่โรงเรียนชุมทางตลิ่งชัน เมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นอยู่เวรตอนกลางคืนชาวบ้านมีน้ำใจมาเอามุ้งมาให้ พอถึงหน้าเทศกาลก็มักจะได้ พวกขนมของฝากจากข้าวบ้านเป็นประจำ ความสุขที่ได้ คือได้จากน้ำใจของคนที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ส่วนความสุข ขั้นสุดท้ายก็คงต้องเป็นการเข้าหาธรรมมะ การได้ฟังเทศน์ ฟังพระ ความสุขจะได้มาจากความพอใจและทำงานนั้นสำเร็จถ้าสำเร็จแล้วจะเกิดผลคือความสุข

น้องพริมา นักเรียนชั้น ม.6 จากโรงเรียนโพธิสานพิทยากร เล่าถึงกิจกรรมที่ทำร่วมกับโรงเรียนในการสำราจและเรียนรู้ชุมชน เคยเข้าไปคุยกับพระและคนเฒ่าคนแก่ในชุมชน จึงได้รู้ว่าเมื่อก่อนตลิ่งชันเป็นชุมชนที่สวยงาม มีคลองที่สะอาด แต่ทุกวันนี้คลองกำลังจะเน่าเสียถ้าคนในชุมชนไม่ช่วยกันดูแลรักษา ส่วนความสุข ในความหมายของน้องพริมา คือการเรียนให้ได้เกรดดีๆและทำประโยชน์ให้สังคม แต่เด็กนักเรียนอย่างน้องพริมา ก็มีความเครียดเหมือนกัน คือ เรื่องการสอบ เรื่องการวัดผลการเรียนก่อนสอบเอ็นทรานซ์

น้องรัตนพล คือตัวแทนเยาวชนอีกคนที่มาจากโรงเรียนโพธิสานพิทยากรได้แลกเปลี่ยนเรื่องความสุขกับลุงๆป้า ว่า "ความสุข ของผมคือ การได้ไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่กับคุณพ่อคุณแม่การได้อยู่ร่วมกันของครอบครัว การที่ครอบครัวไม่ทะเลาะกัน นั่นก็คือความสุขที่สุดแล้ว

นั่นเป็นเพียงตัวอย่างของบรรยากาศการสนทนากันอย่างเป็นกันเอง พูดคุยแบบสบายๆ หลายคนได้บอกเล่าถึงความสุข ความฝันที่อยากเห็นชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข อาจารย์โสรฬ ได้สรุปให้ทุกคนฟังว่าการพูดถึงเรื่องความสุขของคนคลองลัดมะยมในวันนี้ได้ประเด็นน่าสนใจมาก ความสุขจากการพูดคุยกันในวันนี้โดยรวมแล้ว คือ

1.การได้มีโอกาสให้
2. การได้เห็นความสำเร็จของคนอื่น
3. การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่การมีน้ำใจให้แก่กัน
4.การทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จ
5.การมีครอบครัวที่ดี
6.การไม่มีหนี้สิน
7.การมีเพื่อนบ้านที่ดี
8.การได้ทำงานเพื่อคนอื่น
9.การพึ่งตนเองได้

อาจารย์โสรฬ ยังสรุปให้ฟังอีกว่าชุมชนคลองลัดมะยม รวมไปถึงชุมชนแขวงบางระมาด ยังเป็นพื้นที่ที่มีทุนทางสังคมและวัฒนธรรมความเป็นชุมชนอยู่มาก ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของพื้นที่แห่งนี้เลยทีเดียว สิ่งเหล่านี้ควรจะได้รับการดูแลรักษาให้คงอยู่คู่กับคนริมคลองลัดมะยม คนแขวงบางระมาดต่อไป

วงสนทนาดำเนินไปถึงสองทุ่ม ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองและจบลงด้วยอาหารค่ำจากฝีมือของ พี่ไฉน เจ้าของสถานที่ มีคำชมจากหลายเสียงว่าน้ำพริกกะปิ ไข่ทอดชะอมและขนมจีนน้ำยาแกงเขียวหวาน อร่อยมาก ตบท้ายด้วย ไอศกรีมโบราญแห่งร้านเจียมตนของลุงชวน ซึ่งอร่อยจนอยากห่อกลับไปฝากคนที่บ้านเลยล่ะครับ..