User login
Navigation
Who's online
สุขภาวะคนทวีวัฒนา
?ชมรมรักถิ่นเขตทวีวัฒนา? เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มคนที่หลากหลายในเขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ที่มีจิตใจอาสา ต้องการทำงานเพื่อพัฒนาท้องถิ่นเขตทวีวัฒนา ภายใต้การสนับสนุนของโครงการสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสุขภาวะกรุงเทพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และบางกอกฟอรั่ม
วิสัยทัศน์ ?ชมรมรักถิ่นเขตทวีวัฒนา?
เป็นองค์กรที่ยกระดับคุณภาพชีวิตให้อยู่เย็นเป็นสุขบนฐานการมีส่วนร่วมในท้องถิ่นเขตทวีวัฒนา
พันธกิจ ?ชมรมรักถิ่นเขตทวีวัฒนา?
๑. ส่งเสริมการจัดตั้งองค์กรกลางเชื่อมประสานการระดมทรัพยากรทุนและกระจายทุน โดยบริหารจัดการให้เกิดการโปร่งใสและน่าเชื่อถือ
๒. พัฒนาชุมชนในเขตทวีวัฒนาให้เกิดคุณภาพชีวิตที่อยู่เย็นเป็นสุข
๓. ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมในเขตทวีวัฒนา
กิจกรรมชมรมรักถิ่นเขตทวีวัฒนา ปี ๒๕๔๘-๒๕๔๙
๑. การปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองทวีวัฒนา ?รักถิ่น ร่วม ใจ ปลูกต้นไม้ถวายในหลวง ? วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๘
๒. ร่วมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเยาวชนโรงเรียนทวีวัฒนา อบรมหลักสูตรการคิดอย่างสร้างสรรค์ วันที่ ๗-๘ เมษายน ๒๕๔๘ ณ คอนโดฯ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
๓. ร่วมกับเครือข่ายชุมชนเขตทวีวัฒนาสนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มสัจจสะสมทรัพย์เพื่อสร้าง
เศรษฐกิจพอเพียงที่ยั่งยืนให้แก่ทุกครัวเรือน (อยู่ระหว่างการดำเนินการ)
๔. ร่วมกับโครงการสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสุขภาวะกรุงเทพ จัดบอร์ดนิทรรศการผลงานของชมรมฯ ในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ระหว่างวันที่ ๒๗-๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๙ พร้อมทั้งขอรับการบริจาคจากประชาชนที่เข้าร่วมงาน เพื่อสะสมเข้า ? กองทุนสุขภาวะ? ของชมรม ฯ เพื่อใช้ในการสร้างความอยู่เย็นเป็นสุขให้แก่ชาวทวีวัฒนา
๕. ร่วมกับบางกอกฟอรั่มและศูนย์คุณธรรม จัดทำโครงการต้นกล้าความดีเขตทวีวัฒนา (แผนที่ชาวทวีวัฒนาที่สามารถ เป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิตอย่างมีคุณธรรมในเขตทวีวัฒนา)
ปัจจุบัน ? ชมรมรักถิ่นเขตทวีวัฒนา? อยู่ระหว่างการเชื่อมประสานทรัพยากรเพื่อสร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับชาวเขตทวีวัฒนา เพื่อให้การดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่จะมีขึ้นในอนาคตนำไปสู่การพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเขตทวีวัฒนาได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ท่านสามารถมีส่วนร่วมได้ในหลาย ๆ วิธีการ เพื่อร่วมสร้างความอยู่ดีมีสุขให้เกิดขึ้นภายในเขตทวีวัฒนาอย่างแท้จริง อาทิ สมัครเป็นสมาชิกชมรม ฯ หรือร่วมบริจาคสมทบเข้ากองทุนสุขภาวะเขตทวีวัฒนา ฯลฯ
กองทุนสุขภาวะเขตทวีวัฒนา
ก่อนเริ่มเรื่อง....พวกเราอยากสร้างความเข้าใจคำว่า ?สุขภาวะ? แบบชาวทวีวัฒนาก่อน ซึ่งกว่าจะได้ความหมายของคำว่า ?สุขภาวะ? แบบชาวทวีวัฒนานั้น พวกเราได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการ และการประยุกต์ใช้ชุดเครื่องมือต่าง ๆ ทางสังคมอย่างหลากหลาย เพื่อศึกษาหาความหมายอย่างลึกซึ้งจากบริบทของพื้นที่ เพราะมิเช่นนั้น จะหลงไปกับการสร้างความหมายจากสภาพปัญหาของพื้นที่เพียงแค่เห็นปรากฏการณ์ ดังกรณี ที่พวกเราได้จัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อค้นหารูปลักษณะองค์กรประสานทรัพยากรภายในเขตทวีวัฒนา ด้วยการระดมปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตทวีวัฒนา ซึ่งมาพบภายหลังว่า กระบวนการดังกล่าวยังไม่ลุ่มลึกพอที่จะขุดค้นความหมายของคำว่า ?สุขภาวะ? และ ?สภาพปัญหาของพื้นที่ได้จริง? โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีบริบทที่ทับซ้อน ดังเช่นพื้นที่ชายขอบกรุงเทพ ฯ ที่หลายท่านอาจนึกไม่ถึง อาจเห็นแต่ภาพว่ายังเป็นพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท ดังนั้น น่าจะขับเคลื่อนได้ง่ายมากกว่าพื้นที่ใจกลางเมืองกรุงเทพ ฯ เช่น พื้นที่หรือกลุ่มคนที่เป็นชนชั้นกลางและได้รับการศึกษา (Well Educated) แต่ในความเป็นจริงแล้ว สภาพพื้นที่ของคนชายขอบกรุงเทพ ฯ ถูกกดดันหรือกดทับด้วยประเด็นต่าง ๆ มากมาย รวมทั้ง การที่ยังปรับตัวไม่ทันตามกระแสการพัฒนาที่มุ่งพัฒนากรุงเทพ ฯ เป็นเมืองขนาดใหญ่ จึงทำให้ การค้นหาความหมายที่มาจากการให้ความหมายตามบริบทหรือสภาพที่ต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบันนั้นเป็นเพียงแค่การสะท้อนในเชิงปรากฏการณ์ หรือการจำข้อมูลมาบอกเล่า แต่มิใช่สิ่งที่เป็นความกังวล ความอึดอัด หรือเรียกว่าเป็น ?ของจริง? ได้ ดังนั้น จึงต้องใช้กระบวนการที่ลุ่มลึกมากพอที่จะทำให้ข้อสะท้อนที่ออกมา ไม่เป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์
คณะทำงานโครงการสนับสนุนการก่อตั้งกองทุนสุขภาวะกรุงเทพ ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการค้นหาความหมาย จากการใช้วิธีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการมาเป็นกระบวนการพูดคุยอีกแบบหนึ่ง ซึ่งก็คือ กระบวนการ Dialogue ที่นำมาใช้ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา แต่มิได้หมายความว่า กระบวนกาอื่น ๆ เช่น การจัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการนำมาใช้ไม่ได้ เพราะเราสามารถนำประเด็นหรือความคิดเห็นที่ออกมาจากการใช้กระบวนการประชุมนั้น ๆ นำมาวางเป็นฐานของข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์สภาพบริบทพื้นที่
สิ่งสำคัญของการค้นหาความหมายในเรื่องใด ๆ ก็ตาม คือ ?การออกแบบกระบวนการในการค้นหา? หากขาดซึ่ง การจัดการ เชิงกระบวนการ (Setting) เพื่อการออกแบบกระบวนการไม่ดีพอแล้ว รวมทั้งการรู้จักมักคุ้นกับแกนนำในพื้นที่ไม่ลุ่มลึกพอ จะทำให้ การได้มาซึ่ง หัวใจของการขับเคลื่อนให้เกิดให้ความหมาย หรือคุณค่าเพื่อการร่วมสร้าง ?กองทุนสุขภาวะ? ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืน
จากการใช้กระบวนการ Dialogue อย่างเข้มข้นในการขุดค้นความหมาย และการให้คุณค่าของคำว่า ?กองทุนสุขภาวะ? ของชาวเขตทวีวัฒนาในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2549 - เดือนมีนาคม พ.ศ.2550 พบว่า คำว่า ?สุขภาวะ? ของชาวทวีวัฒนา คือ การดูแล เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน เพราะปัญหาด้านสุขภาวะของคนทุกวันนี้ คือ การที่คนในชุมชนไม่สนใจกัน ไม่แคร์กัน ไม่ได้สนใจว่าคนอยู่กันอย่างไร จะมีชีวิตอยู่กันอย่างไร ต่างคนมุ่งหน้าทำมาหากิน อิจฉาริษยากัน ไม่ค่อยฟังกัน นี่คือปัญหาสุขภาวะ แต่ถ้าเราสามารถใช้พื้นที่เล็ก ที่เราเรียกว่า ?กองทุนสุขภาวะ? มาเริ่มดูแล เอาใจใส่กันมากขึ้นก็น่าจะดี? (คุณวิสิทธิ์ สุรชัยสิขวิทย์)
การให้ความหมาย ?สุขภาวะ? ในมิติเรื่องของ ?การดูแลซึ่งกันและกัน? หรือ ?การแคร์กัน การห่วงใย เอาใจใส่ทุกข์สุข? นั้น สามารถมองลึกในระดับภาพรวมของทั้งสังคมไทย ที่สภาพสังคมในปัจจุบันมีความแตกแยก ต่างคนต่างอยู่ และถูกวัตถุครอบงำ ทำอะไรต้องมีวัตถุมาเป็นเครื่องจูงใจ ถึงจะทำ ไม่ทำด้วยใจ หรือทำเพราะอุดมการณ์
ดังที่ อาจารย์วรินทร์ เขียวสะอาด ประธานชมรมรักถิ่นเขตทวีวัฒนา ได้สะท้อนให้ฟังในการพูดคุยประจำเดือนด้วยกระบวนการ Dialogue ในเดือนมีนาคม พ.ศ.2550 ว่า
?ความจริงกองทุนสุขภาวะที่ปฏิบัติ กันมาก็มาก แต่ผมก็ไม่ได้ไปดูงานเขา ถ้าพูดเดี๋ยวจะไม่เข้าประเด็น เอาความรู้สึกของผมที่อยู่ปัจจุบันนี้ก่อน ปัจจุบันสิ่งที่สังเกตอยู่ คือเรื่องของเงิน ท่านจะเห็นว่าขณะนี้จะมีแหล่งเงินตัวเงิน บุคคลที่มีเงินมีกลุ่ม ทุกคนก็จะเฮละโลไปหากลุ่มคนนั้น บุคคลนั้น ใครที่สามารถจะดลบันดาลเงินออกมาได้ เมื่อได้เงินออกมาก็สามารถที่จะทำงานให้สำเร็จ จะขอโต๊ะก็ได้โต๊ะ ขอเก้าอี้ก็ได้เก้าอี้ ขอถนนได้ถนน ขออาคารได้อาคาร สังคมปัจจุบันก็เหไปหาตัวเงิน หาผู้มีอำนาจ เรื่องจิตใจที่เรากำลังพูดต้องมีคุณธรรมต้องมีจิตใจ ถ้ามีคุณธรรมมีจิตใจเพื่อสังคมอะไรก็เลยช้า ไม่ทันใจ ไม่ทันสังคม ผมเป็นห่วงตรงนี้ว่าทำไปทำมา สังคมจะเฮไปหาแหล่งเงิน หาแหล่งผู้มีอำนาจแต่ละยุคแต่ละสมัย ความเอื้ออาทร ความเห็นใจ ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จะไม่เอาแล้ว ฉันเอาวัตถุไว้ก่อน เอาตัวเงินไว้ก่อน เอาบุคคลที่อยู่ในอำนาจไว้ก่อน ที่เรามาคุยปรึกษากันอย่างนี้เรื่องคุณธรรม เรื่องช่วยเหลือกัน ตรงนี้ เราอยากจะช่วยกันสร้างเยาวชน ปลุกกระแสว่าคุณธรรมเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่อยู่ที่อำนาจ ไม่ใช่อยู่ที่ตัวเงิน ช่วยกันสร้างคุณธรรมนำขึ้นมาให้เห็นคุณค่าในคุณธรรม ของจิตใจ พวกเราที่ปลดเกษียณแล้วที่เรามานั่งอยู่กันอย่างนี้ มานั่งทำมานั่งคุยมืดแล้วก็มานั่งกันเป็นกลุ่มอย่างนี้ ตรงนี้ทำอย่างไรที่เราจะสร้างคุณธรรม เอาเรื่องของคุณธรรมขึ้นมา ค่อยมาใช้กับสังคม ให้คุณธรรมเป็นที่ตั้ง ก่อนที่จะเกาะตัวเงิน? (อ.วรินทร์ เขียวสะอาด)
จากข้างต้นข้อสะท้อนดังกล่าว มาจากการเห็นสภาพสังคมในปัจจุบันที่มีลักษณะของการต่างคนต่างอยู่ และไม่เห็นอกเห็นใจกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายขอบของกรุงเทพ ที่คนมีเงินมักจะมาตั้งแหล่งที่อยู่อาศัย จนทำให้คนที่เคยอยู่ในท้องถิ่นเดิมไม่สามารถดำรงชีวิต หรืออยู่ได้ก็อยู่อย่างกังวลใจและคนที่เคยอยู่ในชุมชนดั้งเดิม
พวกเราเชื่อว่าหลาย ๆ ชุมชนที่เป็นพื้นที่ชายขอบของกรุงเทพมหานคร กำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่เช่นเดียวเขตทวีวัฒนา
เมื่อสภาพปัญหาต่าง ๆ รุมเร้าเข้ามาจึงทำให้คนที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ชายขอบเหล่านี้ จึงมีความกังวลในเรื่อง ?การไม่แคร์กัน? หรือ ?การใช้สิทธิของตนเองอย่างเต็มที่มากกว่าการเอาใจเขามาใส่ใจเรา? มากยิ่งขึ้น ดังตัวอย่าง ข้อสะท้อนจากวงพูดคุยด้วยกระบวนการ Dialogue เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2550 ที่ผ่านมาว่า
?คนที่อยู่ในตะเข็บมีความกังวลอะไร ผมจะเล่าให้ฟังนิดหนึ่ง ความกังวลของผมแว่บแรกเลย คือผมกังวลคนเข้ามาอยู่ใหม่ คนที่เข้ามาอยู่แถวบ้านผมคนใหม่ ๆ ก็ตอนนี้จะสร้างอาพาร์ทเม้นท์ขึ้นเต็มไปหมดแถวทางรถไฟ และเขาก็จะเป็นเด็กวัยรุ่น บางทีจะกินเหล้ากันตอนกลางคืนโดยเฉพาะวันศุกร์กับวันเสาร์เขาจะกินเหล้าและหนวกหูมาก บ้านผมมีผู้หญิงมาก มีผมเป็นผู้ชายคนเดียว ผมก็มีพ่อแม่อายุมาก ผมกังวลมากที่คนเข้ามาอยู่มาก เรื่องเกี่ยวกับการกินเหล้า และเป็นตัวอย่าง ผมไม่มีลูก ไม่มีหลานด้วย ที่บ้านผมไม่มี แต่ถ้ามีผมก็กังวลตรงนี้ เด็กที่มาอยู่เช่าอาพาร์ทเม้นท์เขาก็อยู่เป็นคู่ ๆ ชายหญิง ผมก็ดูแล้ว ไม่ใช่อิจฉา ถ้าผมคุยกับเพื่อนผมด้วยกัน ผมก็จะคุยด้วยความสนุกสนานมันปาก แต่มาให้คุยคนเดียว ผมรู้สึกว่าผมรับไม่ได้ รังเกียจ ผมไม่เอา แบบนี้ถ้าเกิดมีเด็กอยู่ในบ้านผมอย่างนี้ ก็เป็นแบบกล่อมเกลากันไป ผมกังวลคนมาอยู่ใหม่ แต่ทั้งนี้ ที่ผมพูดทั้งสองกลุ่มทั้งกินเหล้าทั้งวัยรุ่นนักศึกษา เขาก็คือกลุ่มเยาวชนกลุ่มวัยรุ่น เขามาอยู่ใหม่เป็นเยาวชนในบ้าน เขาเป็นคนไทยและเป็นวัยรุ่น ขณะเดียวกันผมก็คิดไปมา มีปัญหาอีกอันที่ซ่อนอยู่ เรื่องของพ่อแม่ผมเป็นอะไรที่เป็นห่วง ผมคิดว่าทั้งพ่อแม่ผมก็เป็นคนชราและอยู่ในบ้าน และพ่อพิการด้วย ผมนึกในใจว่าตอนที่ผมกำลังคุยอยู่แล้ว หากข้าง ๆ บ้านมีไฟไหม้ขึ้นมา ใครจะอุ้มพ่อผม เพราะว่าเหตุการณ์อย่างนี้เคยเกิดขึ้นมาทีหนึ่ง ตอนนั้นผมอยู่ที่บ้าน และผมยังเรียนหนังสือไม่จบ ไฟไหม้ข้างบ้าน แม่ผมไปขายของออกไปข้างนอกเลย ไฟไหม้ ผมก็ช่วยอุ้มพ่อกับเด็กเข็นมาจอดหน้าปากซอย ตอนนั้นผมอยู่บ้าน แต่ตอนนี้ผมไม่อยู่บ้าน แล้วถ้าเกิดไฟไหม้ขึ้นมา ใครจะอุ้ม นึกในใจเหมือนกัน ทั้งสองอันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นประเด็นที่คนตะเข็บ คนทวีวัฒนากังวล ผู้สูงอายุ เด็กกับเยาวชนกังวล เป็นสิ่งที่อยู่ในใจ? (สุรชัย รักษาชาติ)
จากที่กล่าวมา พวกเราต้องการเน้นให้เห็นว่า การให้ความหมายของ ?สุขภาวะ? นั้น มีมิติที่ลึกและต้องใช้กระบวนการที่เน้นให้เกิดการพูดคุยแบบปรับทุกข์แบ่งปันสุขมากกว่าการแค่เปิดเวทีรับฟังเพราะกว่าที่เราจะทราบเรื่องนี้ ต้องใช้เวลาและกระบวนการในการขุดค้นเรื่องพวกนี้ออกมา ทั้งนี้ ก็มิได้หมายความว่า กระบวนการ Dialogue จะเป็นยาดีขนานเอกที่รักษาได้หมดทุกอาการ แต่เราต้องการสื่อว่า ต้องใช้กระบวนการแบบใจสัมผัสใจ แล้วเราจะได้ยินในสิ่งที่เป็นธรรมชาติ เป็นความจริง ไม่ใช่ในสิ่งที่เราต้องการจะได้ยิน เพื่อแปลงสารเป็นสิ่งที่เราต้องการจะให้เป็น
?กองทุนสุขภาวะ? สามารถพบเห็นหรือพัฒนาให้เกิดขึ้นได้ในทุกแห่งของสังคมไทย โดยในแต่ละพื้นที่จะมีลักษณะเฉพาะ เพราะพื้นที่แต่ละแห่งมีความเป็นมาและบริบทที่แตกต่างกัน ดังนั้น การดำเนินการขยายพื้นที่เพื่อสร้างสุขภาวะให้เกิดทั่วกรุงเทพ จึงเป็นเรื่องที่ต้องอ่านบริบทในแต่พื้นที่ให้ออก เพราะการพัฒนาหรือการเติมเต็มจะมีความแตกต่างกันในแต่ละรายละเอียด
การเป็น ?กองทุนสุขภาวะ? นั้น มีหัวใจคือ การร่วมมือกัน นั่นเอง โดยจะอยู่ในรูปแบบของกองทุนเพื่อกิจกรรมใดก็ได้ เพียงแต่ต้องให้คนในชุมชนสะท้อนคำว่า ?สุขภาวะ? ของเขาเองให้ชัดเจน หลังจากนั้นก็นำไปสู่กระบวนการกระตุ้นหนุนเสริมให้เกิด ?กองทุนสุขภาวะ? ที่เป็นรูปธรรม
?กองทุนสุขภาวะ? คือ กองทุนอะไรก็ตามที่มีสมาชิกมารวมกัน และก็เอาเงินมาออม และนำเงินออมนั้นไปใช้ให้เป็นประโยชน์ และทำให้สมาชิกมีสุขภาพกายที่ดีขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นลักษณะกองทุนสุขภาวะที่ช่วยเหลือกันภายในกลุ่ม เอาเงินมาออมกันเป็นกองทุน จะเล็กหรือใหญ่ก็ได้ กองทุนเล็ก ๆ ก็สามารถช่วยกันได้ เมื่อเกิดความจำเป็น?
ดังกรณีของเขตทวีวัฒนาที่ใช้เรื่องของการออมทรัพย์เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิด ?สังคมที่ดูแลทุกข์สุข ซึ่งกันและกัน? ดังคำพูดของแกนนำท่านหนึ่ง ว่า
?กิจกรรมกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ เป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งเท่านั้นที่เป็นรูปธรรม เป็นวัตถุ เป็นกิจกรรมทางการเงิน แต่จริงๆ แล้ว กิจกรรมนี้จะเดินไปไม่ได้อย่างยั่งยืน ถ้าหากขาดทางด้านนามธรรม ทางด้านจิตใจ ทางด้านสังคม ในสังคมสมัยก่อนเมื่อ 40-50 ปีที่แล้ว เราเป็นสังคมครอบครัวใหญ่ จะมีคนหลายรุ่นอย่างน้อย 3 รุ่น คือ ปู่ ย่า ตา ยาย อาจจะมีทวด เพราะฉะนั้นเวลาเย็นลงจะมาพูดคุยกัน ผู้อาวุโสพูดเราก็ต้องเชื่อฟัง ดังนั้น วัฒนธรรมจะถ่ายทอดถึงกัน แต่เดี๋ยวนี้ เป็นสังคมเรียกว่าไมโครแฟมิลี่ (Microfamily) เป็นสังคมแยกส่วนเล็ก ๆ โอกาสจะพัฒนาหรือถ่ายทอดทางด้านสังคม วัฒนธรรมที่ดีงามอย่างสมัยก่อนจึงเป็นไปได้ยาก?
ถ้าจะมองดูส่วนประกอบใหญ่ ๆ ของ ?กองทุนสุขภาวะ? ควรจะมีทั้งสองด้าน คือ ด้านกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม ที่เป็นกิจกรรมทางด้านการเงิน เช่น กลุ่มออมทรัพย์ ส่วนอีกด้าน คือ ด้านนามธรรม ที่เป็นคุณธรรม หรือทางด้านจิตใจ คือ ต้องมีจิตใจดี และมีถ่ายทอดส่งผ่านความรู้ ที่ไม่ใช่ความรู้อย่างในระบบการศึกษา แต่เป็นความรู้โดยการบอกเล่า ความรู้ผ่านประสบการณ์ เป็นต้น ทั้งสองส่วนนี้ ทั้งด้านนามธรรมและรูปธรรมต้องเดินไปด้วยกัน ต้องมาบูรณาการร่วมกัน นอกจากนี้ กิจกรรมการออมทรัพย์ยังถือเป็นอีกหนึ่งระบบของการพึ่งตนเอง หรือระบบคุ้มกันทางเศรษฐกิจ คือ การช่วยเหลือกันด้านเศรษฐกิจของชาวทวีวัฒนาอีกด้วย
?กระบวนการเล็ก ๆ แบบนี้ ที่สามารถพูดคุยกันได้ ฟังกันได้ ทำกันอยู่เป็นประจำ สม่ำเสมอ ก็สามารถทำให้เราเอาใจใส่ดูแลซึ่งกันและกัน เมื่อมีปัญหาทั้งเด็กผู้ใหญ่ ผู้พิการ ช่วยกันตามกำลังความสามารถ มาร่วมสร้างสุขภาวะให้กลับคืนมาแก่ครอบครัว ชุมชน และท้องถิ่น โดย กิจกรรมการสร้างเครือข่ายสัจจะสะสมทรัพย์ คือ การช่วยกันเสริมสร้างสุขภาวะทางด้านเศรษฐกิจและสังคม เพราะเครือข่ายสัจจะสะสมทรัพย์ นั้น ไม่ได้ใช้หลักกฎหมายในการจัดตั้ง ใช้หลักความเชื่อถือ หลักความคุ้นเคย และหลักการดูและกันอย่างใกล้ชิด และสิ่งสำคัญ คือ การมีสัจจะ และการเน้นการพบปะพูดคุยกันระหว่างกันและกันแบบกัลยาณมิตร ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ให้ทั้งด้านรูปธรรมและนามธรรม? (อ.วรินทร์ เขียวสะอาด)