User login

Navigation

Who's online

There are currently 0 users and 1 guest online.

สุขภาวะคนหนองจอก

วงสนทนาแบบไดอาล็อค หรือที่มีผู้เรียกเป็นคำไทยว่า สุนทรียสนทนา ได้ถูกนำมาใช้ในกระบวนการทำงานของบางกอกฟอรั่มในพื้นที่เขตทวีวัฒนา และเขตหนองจอก นับจากเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2549 โดยครั้งนี้ ได้มีผู้เข้าร่วมจำนวน 30 ท่าน มีการเชิญบุคคลต่างๆ ในเขตหนองจอกเข้าร่วม ประกอบไปด้วย สมาชิกชมรมเกษตรธรรมชาติ ผู้ผลิตสินค้า OTOP และสินค้าชุมชน ผู้รู้ ครูภูมิปัญญาไทย แกนนำชุมชนหลายท่าน โดยมีแกนนำจากชมรมรักถิ่นเขตทวีวัฒนาจำนวนหนึ่งเข้าร่วมด้วย

การสนทนาแบบไดอาล็อคในครั้งนี้ มี อ.โอภาส ปัญญา และ อ.โสฬส ศิริไสย์ จาก มหาวิทยาลัยมหิดลมาเป็นวิทยากรกระบวนการสำหรับการพูดคุย

? เรามาคุยกันดู และก็อย่างที่บอกไว้แล้วขอให้เรากำลังสร้างวัฒนธรรมอีกอันหนึ่งอาจจะเรียก ว่าวัฒนธรรมที่สร้างความรู้จักแผ่นดิน คือเราจะเอาความรู้จักประสบการณ์ในตัวเรา ยังไม่ต้องเอาจากที่อื่นเท่าไร เราอาจจะเอามา ฟัง ๆ ไว้เฉย ๆ แต่ความรู้ที่จะได้ให้มากจากข้างใดลึก ๆ หรือจะได้จากการฟังคนอื่น ๆ อันนี้เป็นทักษะที่อาจจะแตกต่างความคุ้นชินที่เราเคยมีอาจจะมีเจ้าหน้าที่ หรือคนอื่นมาบอก มีอาจารย์มาบอกหรือมีคนที่ผู้เชี่ยวชาญมาบอก แต่ตอนนี้เราจะเรียนรู้จากกันก่อน และค่อย ๆ สร้างความรู้มาจากตัวตนของเราเอง จะได้รู้ว่าตัวที่แท้จริงของเราเป็นใคร ขอให้พูดออกมาจากความจริงใจ และก็ในบรรยากาศที่สบาย ๆ ถือว่าเรากำลังคบกันอยู่ในพี่น้องเรา เพื่อจะได้แลกเปลี่ยน ที่เรียกว่าความรู้มาจากแนวระนาบ ไม่ใช่ความรู้ที่มาจากฟ้าเป็นความรู้ที่มาจากแผ่นดิน หมายความว่าในแต่ละคนมีประสบการณ์? (อ.โอภาส ปัญญา)

ผู้ เข้าสนทนาได้กล่าวถึงสภาพปัญหาที่เจอในเขตหนองจอก ซึ่งประกอบไปด้วยปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ปัญหาเด็กและเยาวชน ปัญหาจากภาครัฐที่ไม่ทำหน้าที่สนับสนุนการทำงานของประชาชน ฯลฯ
เริ่มจากปัญหาความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่มีผลกระทบต่ออาชีพเกษตรกรซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนหนองจอก
?พื้นที่ การเกษตรเริ่มเปลี่ยน ในด้านกายภาพเริ่มเปลี่ยนแปลงไปมาก เนื่องจากมีเขตล้อมไม่ให้น้ำเข้าไปในเขตเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ และยังมีสนามบินที่บล็อกน้ำไม่ให้ไหลลงทะเลอีก แค่นั้นไม่พอสนามกอล์ฟที่หนองจอกสร้างประมาณ 4 สนาม แต่ละสนามนี่ใช้พื้นที่เป็นพัน ๆ ไร่ และหมู่บ้านกำลังเกิดขึ้นอย่างมากมาย รวมทั้งหมู่บ้านเอื้ออาทรมีอยู่ประมาณ 4 แห่ง ทุกที่ไม่ว่าจะเป็นเขตกรุงเทพฯ เขาก็ไม่ให้น้ำท่วม ไม่ให้น้ำเข้าไป ให้อยู่หนองจอก สนามบินเขาก็ไม่ให้ท่วม... ส่วนสนามกอล์ฟไหนที่ให้น้ำท่วม เขาก็สูบออกมาไม่มีหมู่บ้านไหน ที่มาก่อสร้างแล้วปล่อยให้น้ำท่วม สิ่งที่แย่ที่สุดคือพี่น้องเกษตรกรของหนองจอกของเราที่การเกษตรมาตั้งแต่ดึก ดำบรรพ์ โดยเฉพาะพื้นที่นาข้าว ที่นี่จะเป็นนาข้าวแห่งสุดท้ายของกรุงเทพฯที่มีอยู่ที่หนองจอกนี้ มีมากถึงประมาณ 6 หมื่นไร่ ปีนี้ประสบกับน้ำท่วมเนื่องจากพื้นที่อื่น ๆเขาถมสูงหมด พื้นที่นาข้าวจึงเป็นแหล่งที่รับน้ำ เพราะฉะนั้นฝนตกมากเมื่อไรน้ำจะท่วมครับ? (ลุงประเสริฐ สุขถาวร)
?คนหนองจอกเดิมจะอยู่ได้คือการเกษตร และปัญหาที่จะทำให้การเกษตรล้มเหลวหรือทำให้หนองจอกตายคือน้ำเสีย การเกษตรถ้าไม่มีน้ำตายลูกเดียว ทุกอย่างต้องอาศัยน้ำ น้ำคือปัจจัยอันดับหนึ่งของการเกษตร คุณจะปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ดำรงชีวิตอุปโภคบริโภคใต้น้ำทั้งนั้น แต่ ถ้าน้ำเสียคุณจบ แต่ปัจจุบันน้ำกำลังจะเสียในอนาคต จะรุนแรง ขณะนี้ใกล้จะเสียแล้ว ใกล้หน้าแล้ง? (คุณปรีชา เอี่ยมอิทธิพล)

ซึ่งปัญหาด้านการเกษตรนั้น ล้วนมีข้อจำกัดในหลายประการ อาทิ การไม่สามารถพึ่งพิงเจ้าหน้าที่รัฐ ให้เข้ามาช่วยเหลือ ดัง คำพูดของคุณปรีชา เอี่ยมอิทธิพล ที่ว่า

?ไก่ เป็นโลกนิวคาสเซิลคุณต้องแก้ปัญหาให้ได้ ถ้าแก้ไม่ได้ ชาวบ้านแก้ไม่ได้คุณไปส่งเสริม เจอปัญหาตาย รอปศุสัตว์กว่าจะมาและรอระบบ ผลประโยชน์กว่าจะมาต้องซื้อยาต้องอะไรต่ออะไร ต้องจ่ายค่าอะไรกว่าจะถึง วัวอีกกว่าจะผสมพันธุ์ได้ ไปเอาเจ้าหน้าที่ผสมเทียมกว่าจะมาได้ดึก ๆ ดื่น ๆ พลาดไปแล้วอีกรอบหนึ่งกว่าจะผสมได้อีก มาก็ต้องจ่ายตังค์ยุ่งยากหมด? (คุณปรีชา เอี่ยมอิทธิพล)

นอกจากนี้แล้วยังมีปัญหาการคอรัปชั่นของหน่วยงานราชการที่เกิดขึ้นจากการเอื้ออำนวยให้เกิดการฝ่าฝืนกฎหมายด้วย โดยสุดท้ายแล้วก็เกิดผลกระทบต่อเกษตรกร

?กำหนด เป็นพื้นที่สีเขียว ถูกจำกัดโดยสิทธิต่าง ๆ มากมายโดยเฉพาะเกษตรกร หมู่บ้านจัดสรรเกิดไม่ได้ แต่เกิดขึ้นได้ โดยใช้กฎหมาย ที่คลุมไม่ถึง บ่อน้ำเสียก็ไม่มี น้ำก็เลยเสีย คนตายคือเกษตรกร เพราะใช้น้ำประปาน้ำบาดาล แต่เกษตรใช้น้ำบาดาลเลี้ยงปลาได้ไหม ใช้น้ำบาดาลเลี้ยงปลาได้ไหม ก็ไม่ได้ ใช่ไหม ผมเสนอไป นี่คือตัวอย่างกฎหมายปลูกสร้าง อาคาร พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร จะปลูกสร้างโรงเลี้ยงสัตว์ไม่ได้นะ อยากเย็นเข็นใจ เขาบอกว่าได้ ผมบอกว่าไม่ได้หรอก ผมขอมาแล้ว จะสร้างโรงอุตสาหกรรมที่จะแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ก็ไม่ได้ โรงฆ่าสัตว์ก็ไม่ได้ โรงแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรก็ไม่ได้ พื้นที่สีเขียว เพราะฉะนั้นกฎหมายมาใช้ในเขตหนองจอกไม่ได้ ก็เป็นโอกาสของใคร ของเจ้าหน้าที่ เทศกิจ สิ่งแวดล้อม โยธา ก็เกิดขึ้น เวลานี้ทุกคนทำผิดกฎหมายในหนองจอก เกษตรกรทำผิดกฎหมาย ทำกรงไก่ก็ผิดกฎหมาย โรงฆ่าไก่ก็ผิดกฎหมาย โรงฆ่าวัวควายก็ผิดกฎหมาย แต่อยู่ได้ คุณเห็นไหม ปลูกสร้างอาคารบางคนไม่ขออนุญาต แต่ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ ส่วนคนข้างหลังเดือดร้อนไหม สิ่งเหล่านี้ผมเสนอไป ว่าท่านต้องแก้ ทำอย่างไรโรงฆ่าสัตว์จะแก้ได้ โรงแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรเพราะทำเกษตรแล้ว คุณเป็นพื้นที่สีเขียวเขาต้องการทำการเกษตร ทำอย่างอื่นไม่ได้ คุณต้องแก้กฎหมายให้ถูกต้องตามกฎหมายไม่ให้เจ้าหน้าที่มารีดไถ่ ตลอดเวลาอย่างนี้? (คุณปรีชา เอี่ยมอิทธิพล)

ใน ส่วนของปัญหาที่เกิดจากภาครัฐส่วนท้องถิ่นนั้น พบว่าถึงแม้จะมีการนำเสนอปัญหาไปแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบระดับผู้บริหารก็ไม่สนใจที่จะเข้ามาแก้ไข
?ผมมีหน้าที่แก้ปัญหา เตรียมเสนอปัญหา เพราะไม่มีใครพูดถึง แม้แต่ผู้บริหารเขตที่เข้ามาก็ไม่เคยพูดถึงปัญหา มาแล้วก็ไป ปัญหาความเป็นความตายของคนหนองจอกไม่เคยพูดถึง? (คุณปรีชา เอี่ยมอิทธิพล)

?เรา ไปคุยที่รองผู้ว่ามาเปิด อยู่เต็มไปหมดเลย หายไปหมดเลยเหลือแต่ตัวหัวหายหมด ใช่ไหม ผมว่า ผอ.ไปไหน ไม่ได้ให้เกียรติพวกเราเลยหรือ ไม่ได้ให้เกียรติ พวกเรามานั่งไม่ได้อะไรเลยนะ มานั่งฟังจนกระทั่งเย็น เรื่องถึง ผอ.ว่าอย่างไร นี่คือราชการ ผมยังมาถามหาผู้ช่วยผู้ว่า รองผู้ว่าที่มางานเรื่องไข้หวัดนกที่ศูนย์ฝึก ผู้ช่วยงงเลย แสดงว่าไม่ได้มีวิญญาณ ไม่รู้มาเพราะอะไร พวกเราแห่กันมาเต็มห้องประชุม นี่คือราชการ เพราะว่าการพึ่งตนเอง พวกเราไม่รู้จะพึ่งกันอย่างไรอยู่แล้ว ถามข้าราชการว่าพึ่งตนเองหรือเปล่า พอเพียง หรือเปล่า ไม่พอหรอก? (คุณโนรี แพฝึกฝน)

นอกจากประเด็นด้านการเกษตรแล้ว ยังมีปัญหาเด็กและเยาวชนใน เขตหนองจอกนั้น ก็เริ่มเกิดปัญหาบางอย่างขึ้นมา และทำให้ประชาชนทั่วไปรู้สึกหวาดกลัว และทำให้เกิดสภาพเมืองที่ไม่น่าอยู่ในเขตหนองจอก

?มี คืนหนึ่งกลับมาประมาณ 3 ทุ่มครึ่งเกือบเส้นหนองจอกนี้จะมีกลุ่มวัยรุ่นหนองจอกที่แข่งรถมอเตอร์ไซค์ ถ้าใครอยู่ด้านนี้จะรู้สึก ไม่เคยเห็นอยู่ลาดกระบังไม่เห็นเลย ขับรถมากับลูกชายอายุ 12 ขวบ ลูกชายตกใจ เราก็ไม่รู้ทำอย่างไรก็ขับไปเรื่อย ๆ เขาย้อนศรมาหาทางเรา เราก็ตกใจมาก เราเป็นผู้หญิงขับรถมา ก็ตกใจ ถึงได้บอกว่าประชาชนกลุ่มวัยรุ่นพวกนี้ถ้าอาจารย์หรือว่าพี่ ๆ น้อง ๆ คุณอา คุณลุงที่นี่เราจะทำอย่างไรกับกับกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นลูกหลานของเราถ้าเรา ปลูกฝังบุคคลากรที่นี่ทุกท่านเป็นแม่แบบที่ดีอยู่แล้ว แต่ทำไมเขาไม่มองแม่แบบอย่างพวกเรา ซึ่งเราไม่ได้ทำเรื่องที่ผิด ทำไมเขาไม่หันมาหามองเราบ้าง ทำไมเวลา 1-2 ทุ่ม เขาควรเข้าบ้านได้แล้ว แต่ทำไมเขาถึงมาจับกลุ่ม อันนั้น อาจจะเป็นลูกหลานเรา เราน่าจะมองเขา แต่เราไม่รู้จะแก้ไขเขาอย่างไร ซึ่งเราเป็นผู้หญิง จะเข้าไปหาเขาก็ไม่กล้ากลัวเขาจะทำร้ายเรา? (คุณจงกลณี)

?ตอน นี้ก็หนักใจเรื่องยาบ้า ยาเสพติด รู้สึกจะมีมากขึ้น เรื่องโจร ขโมยเล็กน้อย หมู่บ้านอื่นมีเรื่องมิเตอร์น้ำหายไหม พวกขโมยมิเตอร์น้ำหมู่บ้านนี้ประมาณ 20 หลังคาเรือนที่โดนพวกขโมยมิเตอร์น้ำไป หนักใจเรื่องนี้มาก? (คุณจันทร์เพ็ญ)

สำหรับทางออกในการแก้ไขปัญหานั้น ผู้เข้าร่วมสนทนาได้กล่าวไว้หลายท่าน
การพูดคุยในวงดังกล่าว ได้มีการกล่าวถึงทางออกทางการเกษตร โดยมีผู้ที่ทำการเกษตรแบบครบวงจร ตั้งแต่ผลิต จนถึงแปรรูปในระดับครัวเรือน และสร้างตลาดขึ้นมาเอง ซึ่งน่าจะเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง
?ถ้า ไปส่งขายให้พ่อค้าคนกลางคุณมีโอกาสเจ๊ง มีโอกาสกำไรบ้าง แต่มีโอกาสเจ๊งมากกว่า ไม่ว่าจะไก่เนื้อ ไก่ไข่ คุณต้องทำครบวงจร ต่อไปในอนาคตอันใกล้ผมทำคนเดียวทั้งหมด ตลาดผมก็ทำด้วย ขณะนี้ผมเปิดร้านค้าเพื่อนำสินค้าไปจำหน่ายทำให้ครบวงจร ไม่ใช่ไปจำหน่ายเป็นของสดอย่างเดียว ขายของสดและทำอาหารขายด้วยเพื่อครบวงจร พอของค้างแล้วเอาไปทำอาหาร ครบวงจร? และ ?ถ้าไม่มีตลาดคุณอย่าไปทำคุณอย่าไปหวังพึ่งคนกลาง เจ๊งทันที? (คุณปรีชา เอี่ยมอิทธิพล)
นอกจากนี้ยังมีผู้ที่กล่าวถึง ?หญ้าอาราฟั้น? ซึ่งเป็นหญ้าเลี้ยงสัตว์ชนิดหนึ่งที่ให้โปรตีนสูง และมีการสนับสนุนให้มีการปลูกหญ้าชนิดนี้มากขึ้น เพื่อนำมาเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ และน่าจะมีการสร้างอาชีพเลี้ยงสัตว์ขึ้นมาให้มากพอ แล้วแปรรูปเพื่อสร้างเป็นผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล

?พบ ไปพบหญ้าอย่างหนึ่งชื่ออาราฟั้น ผมนำเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านของผม ในภาคกลางยังไม่มีใครเป็นคนนำเข้ามาเพราะผมได้ไปทำงานอยู่ที่นราธิวาส 5 ปี ได้ร่วมกับเพื่อนมีที่อยู่ประมาณ 400 กว่าไร่ ได้เอาหญ้าอาราฟั้นไปปลูกที่นราธิวาส ก็ได้ผลดีมาก มีความหวาน มีไฟเบอร์ในกระบวนหญ้าต่าง ๆ หญ้าตัวนี้เก็บไว้ได้ประมาณ 5 เดือน เมื่อเรามาแปรรูปแล้ว มาเข้าเครื่องหั่นเล็ก ๆ เหมาะสมกับภาคเกษตรของเรา เขตหนองจอกมีภาคเกษตรกันมาก ทุกวันนี้เห็นกันมากคือการเลี้ยงวัว การเลี้ยงแพะ ไม่มีหญ้าที่จะให้ไปซื้อฟาง ก็คือเอาฟางแห้งมา โปรตีนไม่มีจะต้องใส่พวกสารน้ำตาล.... และใครที่มีที่ดินก็ได้ปลูกหญ้าตรงนี้ขึ้นมา และไปให้พวกวัว พวกสัตว์ต่าง ๆ ได้ กินกัน ถ้าเราเลี้ยงวัวเลี้ยงแพะ ถ้าเราไม่มีหญ้าตรงนี้ขึ้นมา ต้นทุนก็สูงมาก? (คุณสมัย สุขัปปภา)

?เห็น ว่าควรสนับสนุนในด้านการปลูกหญ้า ให้เยอะ เพราะว่าวัวเราเลี้ยงข้างบนใช้พื้นที่ไม่เยอะ แต่แหล่งปลูกหญ้าเราสามารถใช้ได้ทั้งหญ้าที่อยู่ข้างล่างก็ได้ที่ต่ำก็ได้ ที่สูงก็ได้ การสร้างฐานรากที่มั่นคงที่เราจะสร้างอาชีพเกี่ยวกับเลี้ยงสัตว์ขึ้นมาเรา เลี้ยงเยอะ มีประมาณมากที่เพียงพอเราสามารถที่จะเอามาแปรรูปสร้างผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล และส่งออกน่าจะมีความเป็นไปได้ด้วยซ้ำ ผมก็ร่วมกับหลาย ๆ คนด้วยกัน ก็สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการปลูกหญ้ากันเยอะ ๆ? (ลุงประเสิรฐ สุขถาวร)

มีการพูดคุยถึงการปรับเปลี่ยนวางแผนตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่จะ เกิดขึ้น เช่น เรื่องข้าวที่ควรจะต้องเปลี่ยนชนิดพันธุ์ที่ใช้เพาะปลูก

?โดย เฉพาะเรื่องทำนาข้าว ก็ต้องปรับเปลี่ยนที่เคยทำนาข้าวเตี้ยในช่วงฤดูน้ำหลากก็ต้องเปลี่ยนเป็น ข้าวชนิดที่เป็นข้าวสูงในช่วงฤดูน้ำหลาก เพื่อให้ปลอดภัยจากน้ำท่วม คิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องมีการเสวนากันใหญ่ในพื้นที่เพื่อให้พื้นที่ทุกคนได้ เตรียมความพร้อมไว้เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนกับการเปลี่ยนแปลงในด้านกายภาพของ พื้นที่หนองจอกกรุงเทพฯแห่งนี้?
(ลุงประเสริฐ สุขถาวร)

ทางออกสำหรับปัญหาในเขตหนองจอกนั้น ทางหนึ่งก็คือการชูเรื่อง ?เศรษฐกิจพอเพียง?ขึ้นมาเป็นธงในการทำงาน
?ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาเริ่มมีคนรู้จักคนหนองจอกมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ตอนนี้จะมีคนเข้ามาถามหาบ่อย ครั้ง ก็เพราะความเข้าใจว่าเศรษฐกิจพอเพียงคือบ้านนอก และก็ส่งออกมาหาหนองจอก ตรงนี้เป็นงานชิ้นสำคัญของพวกเราที่เราจะทำงานตรงนี้ในความห่างไกลจากเมือง เรากำลังจะทำเมืองนี้ให้เป็นเมือง น่าอยู่ ของชาวกรุงเทพฯ เราจะเอาสิ่งที่เขาทอดทิ้งมาเป็นสิ่งสวยงามเรากำลังจะสร้างความฝันว่า ถ้าใครมาอยู่หนองจอกแล้วไม่อยากกลับ ตอนนี้ก็มีคนหลายคนแล้วที่ไม่กลับเริ่มมีความผูกพัน บางกอกฟอรั่มก็ผูกพัน ที่ว่าต่อไปหนองจอกคงจะเป็นเมืองที่เราจะสานฝันร่วมกัน เรามีเมืองเกษตรเรามีพื้นที่เกษตรแต่เขตอื่นไม่มีหรือมีน้อย เราก็พบตรงนี้เราจะเอามาเป็นงาน เป็นสังคม อยู่บนฐานเกษตรที่พอเพียง? (อ.สมชาย สมานตระกูล)
นอกจากนี้ ยังมีการมองต่อไปถึงด้านการศึกษาด้วย โดยมองว่าจะนำการศึกษามาพัฒนาท้องถิ่น

?และ เราก็จะคิดว่าเราได้เริ่มต้นเรื่องของการศึกษาเพื่อนำมาสู่การพัฒนาท้องถิ่น การศึกษาตรงนี้เราอยากฝันว่าคนที่เรียนหนังสือหรือคนที่เป็นผู้เรียนคงไม่ ใช่เด็กอย่างเดียว คงอยากจะเห็นผู้ใหญ่ในพื้นที่เป็นผู้เรียน ร่วมกับมหาวิทยาลัย...สิ่งที่อยากได้มากที่สุดคือมหาวิทยาลัย ที่มีแกนหลักที่สำคัญทางด้านวิชาการ อย่างเป็นจริงสักที ที่มหาวิทยาลัยนั้นจะต้องเป็นแม่แบบ หรือแม่งานให้กับประชาชน แต่ที่ผ่านมาพูดซ้ำได้เลยว่าประชาชนเป็นแม่แบบให้ราชการ อยากเห็นของใหม่คือราชการต้องเป็นแม่แบบให้กับประชาชน ตรงนี้ที่หนองจอกวาดฝัน? (อ.สมชาย สมานตระกูล)

ส่วน ทางบางกอกฟอรั่ม ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ก็ได้นำเสนอเรื่องของ ?กลุ่มมูอาบาลาต? ที่ อ.ท่าแพ จ.สตูล ซึ่งมีอาชีพหลักคือทำสวนยางพารา มีปัญหาเรื่องหนี้สิน มีพ่อค้าคนกลางเข้ามารับซื้อยางพาราในราคาต่ำ คนในกลุ่มจึงมานั่งคุยกันเป็นประจำตอนกลางคืน หลังละหมาดเสร็จแล้ว จนได้ความคิดว่าจะต้องเป็นเถ้าแก่เอง เพื่อหลุดจากการเป็นหนี้สินนอกระบบ ในที่สุดก็เกิดแกนนำ 15 คน ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่อายุประมาณ 30-45 ปีขึ้นมาทำงาน โดยการรระดมเงินลงขันกันคนละ 1,000 บาท รวมกันได้ 15,000 บาท มารับซื้อน้ำยางในราคาที่ดีกว่าพ่อค้าคนกลาง ผลกำไรที่ได้ก็มาเข้ากลุ่ม จากนั้นก็ขยายไปสู่การทำธุรกิจขายปุ๋ย มีกิจกรรมการออมทรัพย์เพื่อช่วยเหลือกันตามหลักศาสนาอิสลาม ผลกำไรที่เกิดขึ้นถูกนำไปใช้เป็นสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือกันในชุมชน

อ.โอภาส ปัญญา ได้ให้แง่คิดว่า การพัฒนานั้น จำเป็นจะต้องพึ่งตนเอง โดยไม่ต้องไปรอคอยความช่วยเหลือจากบุคคลภายนอก

?สิ่ง หนึ่งที่ต้องทำคือ อย่าไปสร้างความหวังไว้กับคนข้างนอก เพราะฉะนั้นจงอยู่บนฐานของการพึ่งตนเอง หรือคำว่าพึ่งตนเอง ปฏิเสธรัฐ หรืออะไรต่าง ๆ ต้องพึ่งบนฐานของการพึ่งตนเองในการคิด เพราะฉะนั้นสังคมปัจจุบันนี้ เป็นสังคมที่ต้องใช้ปัญญา ต้องเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นสังคมที่สร้างความรู้เองเป็น?

?ความรู้ที่จะเคลื่อนสังคมได้คือ ความรู้ที่มาจากปัจเจก และขุดเอาปัจเจกมาผนวกให้เป็นคนอื่นให้ได้ เช่น คุณมีความรู้ ถ้าคุณตายก็ตายไปกับความรู้เลย ขณะนี้ในธุรกิจเขามองหาความรู้ในตัวปัจเจก และมี 2 วิธีทำอย่างไรให้ตัวปัจเจกขยายความรู้ให้ได้ ขยายความรู้ไปสู่คนอื่น หรือไปให้คนอื่นคัดความรู้ต้องแปลงความรู้จากปัจเจกให้เป็นความรู้ของกลุ่ม หรือขององค์กร หรือของชุมชนให้ได้ เพราะฉะนั้นการประชุมกันแบบนี้อย่างต่อเนื่อง และดึงคนมาใช้ประโยชน์ความรู้ที่มี ความรู้ถึงจะมีชีวิต?
?ความ รู้ไม่ได้อยู่ที่ปริญญาแล้วตอนนี้ เวลาเราพูดถึงการเรียนรู้ไม่ต้องรอผู้วิเศษมาจากมหาวิทยาลัยหรือนายอำเภอ หรือผู้ว่า CEO มาบอก ทุกคนต้องไปถามว่าตัวเองมีความรู้อะไรและเราจะให้ความรู้อย่างไร เรามีความรู้เราจะไปเอาความรู้นี้ได้อย่างไร? (อ.โอภาส ปัญญา)
อ.สมชาย สมานตระกูล เสนอว่าน่าจะมีการจดบันทึก เรียบเรียง และผลิตเอกสารชุดความรู้ออกมาให้คนได้ศึกษากันต่อไป

?เรา ได้คำตอบออกมาคือการสืบค้นท้องถิ่นเพราะเรารู้ว่าหนองจอกของเราเป็นเมืองแบบ นี้ มีทรัพยากรมากมาย แต่เราขาดการจัดการ มีการจัดการขึ้นมาโดยใช้ภูมิปัญญา เมื่อเราได้องค์ความรู้มาลักษณะนี้แล้วจนกระทั่งเขาเรียกว่าปราชญ์ชาวบ้าน ผมก็มีความเป็นห่วงขึ้นมาว่าอายุปูนนี้แล้ว และหลายคนบ่นว่า 80 น่าจะเฉียดฉิว ความเป็นห่วงตรงนี้ก็อยากจะได้ว่าบทเรียนแห่งชีวิตที่เป็นภูมิปัญญา แต่จะให้คนกลุ่มอย่างพวกเราทำเป็นตำรา ออกมาหรือเป็นบทเรียนออกมา ผมว่าตายก็ทำไม่ได้ ทำอย่างไรที่จะให้สิ่งที่เราดั้งด้นมาแล้วประสบผลสำเร็จให้กับคนรุ่นหลัง ต้องอาศัยนักวิชาการ ต้องอาศัยคนรุ่นใหม่ที่จะมาเก็บเกี่ยวความรู้แล้วไปเรียบเรียงออกมาเป็นบท เรียนให้คนอื่นได้เห็นถึงแม้จะไม่ได้เอาไปใช้ได้เห็นก็ยังดีเพื่อเป็นบันได ก้าวต่อไป ผมอยากเห็นหนังสือเล่มเล็กที่ไม่เทอะทะหรือวางไว้บนหิ้ง แต่เป็นหนังสือที่ลงไปสู่บทเรียนในห้องเรียน ในมุมหนังสือที่สามารถหยิบมาอ่านได้ในเวลาเพียง 10-20 นาที และได้ความรู้ตรงนี้ไป หรือเขาได้หอบสิ่งเหล่านี้ไปบอกต่อ ผมว่าสิ่งเหล่านี้คนกลุ่มนี้จะพอใจ และเขาคิดว่าตรงนี้เขาพร้อมจะถ่ายทอด และอยากได้คนที่มาทำตรงนี้ ยังขาดหายไป? (อ.สมชาย สมานตระกูล)

อย่างไรก็ตาม การทำงานของแกนนำบางท่านก็พบปัญหาจากการไม่เชื่อ ไม่ปฏิบัติตามของเกษตรกรบางส่วน

?การ ที่เราชวนกันลดละเลิกการใช้สารเคมีในนาข้าว อย่าแต่ชวนเลยทำให้ดู จนสำเร็จแล้วยังไม่เชื่อเลย ร้านขายยาก็รวยกัน คือคนหนองจอกเขาเรียกว่าดื้อตาใส... เรื่องของการทำสารเคมีประหยัดได้ปีละหลายตังค์ คนทำนาแต่ละครั้ง เป็นหลายหมื่นด้วย เขาก็ไม่เชื่อ เขายังยึดติดว่าถ้าไม่ฉีดยาฆ่าแมลงแล้วจะไม่ได้ ถ้าเราไม่ฉีดข้าง ๆ เราจะไม่ได้เกี่ยว ผมได้ทำแล้วผมไม่ได้ฉีดทำไมผมได้เกี่ยว เขาก็ไม่เชื่อ คือยึดติดอยู่กับอย่างเดิม ๆ ทุกวันนี้ไปดูได้ คนที่ฉีดเป็นโรค ทุกวันนี้ยังไม่ได้เกี่ยว ดื้อตาใสปล่อยให้จนไป เป็นลักษณะอย่างนี้? (คุณโนรี แพฝึกฝน)

ในช่วงท้ายของการสนทนา มีผู้เสนอให้ลงมือรวมตัวทำงานกันอย่างเป็นรูปธรรม

?ตรง นี้น่าจะทำกันเลยดีไหม เพราะโครงการนี้เราดูกันมากหลายที่แล้ว อย่างที่เปร็ดใน ก็ลักษณะอย่างนี้ ใช่ไหม เราก็ไปดูกันมาก็ไปเห็นหลายที่ ความจริงไปดูมาก็เห็นหลายที่แต่ก็ไม่ได้เอามาสานต่อ อยากจะถามว่าเราจะทำกันเลยดีไหมคนหนองจอก ให้เกิดให้ได้ ถึงว่าจะเป็นจุดขาวเล็ก ๆ บนผ้าดำ สักวันจุดขาวอาจจะใหญ่ขึ้นก็ได้? (คุณโนรี แพฝึกฝน)
วงสนทนาวันนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเสริมสร้างให้เกิดกองทุนสุขภาวะของชาวหนองจอก