User login

Navigation

Who's online

There are currently 0 users and 1 guest online.

เรื่องเล่าสามแพร่ง

พื้นที่ตรงบริเวณถนนอัษฎางค์ จรดกับถนนตะนาว ที่แขวงศาลเจ้าพ่อเสือนั้น เป็นพื้นที่เก่าแก่ที่บางคนเรียกกันติดปากว่าเป็น ทางสามแพร่ง คำว่าทางสามแพร่งที่ว่านี้ มิใช่เป็นทางสามแพร่งอันจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้โดยง่ายตามเส้นทางสัญจรทั่วๆ ไป หากแต่ความหมายที่แท้จริงของคำว่า ?แพร่ง? หมายถึง ย่านที่มีถนนเป็นส่วนประกอบ ทางสามแพร่งตรงถนนสองสายนี้จึงเป็นถนนสามแพร่งที่แต่ละแพร่งนั้นต่างก็เคยเป็นที่ประทับของโอรสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 มาก่อน โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ แพร่งภูธร แพร่งนรา และแพร่งสรรพสาสตร์

แพร่งภูธร ตั้งอยู่ระหว่างถนนตะนาว และถนนอัษฎางค์ริมคลองหลอดเชิงสะพานช้างโรงสี เดิมคือ วังสะพานช้างโรงสี วังเหนือ อยู่ทางทิศใต้ของแพร่งนรา ซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทวีถวัลยลาภ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ ต่อมาเมื่อเมื่อกรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์สิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดฯ ให้แบ่งพื้นที่ทำเป็นตึกแถว พระราชทานชื่อถนนย่านนั้นว่า แพร่งภูธร ตามพระนามของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์

แพร่งนรา ตั้งอยู่ระหว่างวัดสุทัศน์เทพวราราม กับวัดมหรรณพาราม ระหว่างถนนตะนาว และถนนอัษฎางค์ อยู่ทางทิศเหนือของแพร่งภูธร และอยู่ทางทิศใต้ของแพร่งสรรพศาสตร์ บริเวณนี้เดิมคือ วังวรวรรณ ซึ่งเป็นที่ประทับของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ต้นราชสกุลวรวรรณ ต่อมาวังนี้ถูกเวนคืนเพื่อนำพื้นที่มาสร้างเป็นถนน ตามโครงการขยายความเจริญของพระนครในสมัยนั้น คงเหลือเพียงพระตำหนักไม้เก่าหลังเล็ก ที่เดิมเป็นที่ตั้งของโรงละครปรีดาลัย ซึ่งต่อมาถูกปรับให้เป็นโรงเรียนตะละภัฏศึกษา และมีการแบ่งพื้นที่ริมถนนสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ขายให้แก่เอกชน ชาวบ้านแถบนั้นจึงเรียกย่านนั้นว่า แพร่งนรา ตามพระนามของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์

แพร่งสรรพศาสตร์ หรือ แพร่งสรรพสาตร อยู่ระหว่างถนนตะนาว กับถนนอัษฎางค์ อยู่ทางทิศเหนือของแพร่งนรา บริเวณนี้เดิมเป็น วังสรรพสาตรศุภกิจ เป็นวังที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ ต้นราชสกุลทองแถม ซึ่งก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2444 อย่างวิจิตรบรรจง มีซุ้มประตูสวยงาม เนื่องจากกรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ ทรงเป็นผู้บังคับบัญชากรมช่างในพระบรมมหาราชวัง ต่อมามีการเข้าหุ้นกันเพื่อรื้อวังเดิม มีการตัดถนนและสร้างห้องแถวขึ้น จากนั้นก็มีขุนนางเข้ามาสร้างที่พักอาศัย แล้วเกิดเพลิงไหม้เสียหายจนหมด คงเหลือเพียงซุ้มประตูวัง และมีการสร้างตึกแถวสมัยใหม่ขึ้นมาแทน เรียกย่านนี้ว่า แพร่งสรรพสาตร ตามพระนามของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ ต่อมาจึงเพี้ยนเป็น แพร่งสรรพศาสตร์