User login
Navigation
Who's online
เริ่มจากคนตัวเล็กตัวน้อย
ด้วยความเชื่อมั่นของบางกอกฟอรั่มที่มีต่อพลังคนตัวเล็กตัวน้อย เราได้พบกับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มีความมุ่งมั่น และเชื่อมั่นในคุณค่าของเอกลักษณ์แห่งสถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองแพร่ จึงมีความตั้งใจดีที่จะทำให้คนเมืองแพร่และผู้ผ่านมาพบเห็นได้ตระหนักและเห็นความสำคัญนี้ด้วย
คุณชินวร ชมพูพันธ์ ได้เล่าไว้ในบทความเรื่องเมืองแพร่ กับความพยายามหยุดการแพร่ของโลกาภิวัตน์ (ตอนที่ 1) ว่า ?ช่วงที่กลับมาอยู่ที่แพร่ใหม่ๆ ผมยังพอมีเวลาว่าง ก็ปั่นจักรยานไปรอบๆ ตัวเมืองพร้อมกับกล้องถ่ายรูป ได้เจอบ้านสวยๆ หลายหลังที่ถูกรื้อขายเป็นเศษไม้อย่างน่าเสียดาย บางหลังมีอายุไม่ต่ำกว่าแปดสิบปี ในใจก็คิดว่าเราจะทำอย่างไรได้บ้างที่จะรักษาบ้านเหล่านี้เอาไว้ได้ เพราะจะว่าไปแล้วมูลค่าของบ้านที่ถูกขายเป็นเศษไม้ มันเทียบไม่ได้เลยกับคุณค่าของฝีมือช่าง และจิตวิญญาณที่คงเอกลักษณ์ของเมืองแพร่เอาไว้ ไม่เหมือนกับจังหวัดอื่นๆ ที่เหลือบ้านไม้อยู่น้อยเต็มที และอีกอย่างหนึ่งก็คือ การจะหาไม้สักในปริมาณมากพอที่จะสร้างบ้านไม้ทั้งหลัง ดูจะเป็นเรื่องยากในปัจจุบัน เพราะปัจจุบันมีปริมาณไม้สักที่มีขนาดและอายุของไม้ที่เหมาะสมไม่มากนัก จึงเป็นสาเหตุที่พ่อค้าไม้ชาวเมืองแพร่สบโอกาสที่จะหาซื้อบ้านไม้เก่าแล้วนำมาแปรรูปต่อ รวมทั้งไม้เก่ายังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในหมู่ผู้นิยมงานไม้อีกด้วย?
ต่อมาก็ได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูล รวบรวมหลักฐาน บันทึกข้อมูลและรูปภาพ รวมทั้งการสร้างหุ่นจำลองบ้านเพื่อเป็นการอนุรักษ์ด้วย ในตอนที่ 2 ของบทความข้างต้น พี่ชินได้เพิ่มเติมอีกว่า
?ก่อนที่จะตั้งเป็นชมรมอนุรักษ์สถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองแพร่ เพื่ออนุรักษ์บ้านเก่า ผมได้พูดคุยกับพี่ๆ หลายคนที่ทำงานในลักษณะอื่นที่คล้ายคลึงกัน เมืองแพร่เป็นเหมือนเมืองปิด ไม่มีชนชั้นปัญญาชนอยู่มากนัก กลุ่มคนที่มีอยู่มาก นอกจากข้าราชการแล้ว ก็เป็นกลุ่มหอการค้าที่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน ไม่มีกิจกรรมใดๆ จากกลุ่มภาคประชาชน ผมกับพี่ๆ หลายคน จึงคิดทำโครงการ ?ผ่อบ้านแอ่วเมือง? โดยของบประมาณสนับสนุนจากเทศบาลเมืองแพร่ เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมของเมืองแพร่ โดยใช้ทรัพยากรเท่าที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ในการสร้างจิตสำนึกร่วมกับคนในท้องถิ่น เพราะในตัวเมืองแพร่จะมีผู้สูงอายุและเด็กเป็นจำนวนมาก จึงเป็นที่มาของการนำผู้เฒ่าผู้แก่นั่งสามล้อ และชวนเด็กๆ ลูกหลานมานั่งด้วย โดยในระหว่างทางก็จะมีจุดแวะพักเพื่อพูดคุย บอกเล่าเหตุการณ์ในอดีตจากความทรงจำของวิทยากรรับเชิญ (จำเป็น) ซึ่งกล่าวได้ว่ากิจกรรมที่ทำนี้ ประสบความสำเร็จได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้อยู่ในความสนใจเป็นกระแสหลักมากนัก ระหว่างนั้นก็ได้รู้จักเครือข่ายการอนุรักษ์ฯ ผ่านทางพี่วุฒิไกร ผาทอง บ้าง พี่แดง (สุนันท์ธนา แสนประเสริฐ) พี่สหยศ วงศ์บุรี บ้าง เข้าไปเจอเองบ้าง เช่น คุณวีระ สตาร์ (ผู้พยายามจะปรับปรุง คุ้มวิชัยราชา จนไม่เหลือแม้กระทั่งบ้านของตัวเองมาสิบแปดปีเข้าให้แล้ว) และแนวร่วมจากภาคราชการจาก กศน.แพร่ จากสำนักงานวัฒนธรรมแพร่ รวมทั้งองค์กรเอกชนอื่นๆ?
นับว่าเป็นการค่อยๆ เพิ่มเครือข่ายมากขึ้นเรื่อยๆ เพียงแค่เมื่อมีคนที่เริ่มทำอย่างจริงจัง แม้จะค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีการเริ่มต้นเลย ซึ่งล่าสุด บางกอกฟอรั่ม องค์กรเอกชนที่ไม่หวังผลกำไร ได้เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมเดินทางในเส้นทางนี้ไปด้วยกัน เข้ามาจัดงานสัมมนาฟื้นเมืองเก่าให้มีชีวิต เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และติดตามผลงาน พร้อมกับการให้กำลังใจซึ่งกันและกันในการก้าวเดินต่อไปด้วยกัน