User login

Navigation

Who's online

There are currently 0 users and 2 guests online.

จังหวัดน่าน

น่าน ในอดีตนั้น ดูเหมือนเป็นจังหวัดที่ค่อนข้างจะถูกลืม ทั้งๆ ที่เคยรุ่งเรืองเป็นเมืองศูนย์กลางของดินแดนล้านนาตะวันออก เรียกกันว่า ?นันทบุรีศรีนครน่าน? แต่เมื่อรวมเป็นส่วนหนึ่งของสยามประเทศ น่านก็กลายเป็นจังหวัดเล็กๆ ที่ใครจะไปต้องตั้งใจไปจริงๆ เพราะไม่สามารถผ่านไปเมืองอื่นได้ มีคนตีความชื่อ ?น่าน? ว่าหมายถึงต้องเดินทางนั่งรถลงเรือไป ?นาน? มาก...กว่าจะถึง
ยังมีอีกข้อสันนิษฐานหนึ่งตีความว่า ?น่าน? น่าจะเพี้ยนเสียงจากคำว่า ?น่าง? หรือ ?น่างเจียง? ในภาษาจีน ซึ่งแปลว่า ?ทิศใต้? เช่นเดียวกับชื่อมณฑล ?ยูนนาน? หรือ ?หยุนหนาน? ซึ่งแปลว่า ?เมฆใต้? ซ่อนนัยว่าเป็นดินแดนที่อยู่ไกลจากศูนย์กลางแห่งอำนาจของจักรพรรดิจีน เหมือนจังหวัดน่านที่ไกลจากศูนย์กลางของทั้งไทยและจีน ไกลทั้งระยะทางและความสนใจของผู้คน

แต่น่านในวันนี้ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้นในบรรดานักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เป็นนักเดินทางหาประสบการณ์และเมืองเล็ก ย่านเก่าที่ยังคงความสงบ งดงาม ท่ามกลางขุนเขาเช่นเมืองน่าน อันเป็นเสน่ห์ที่ทำให้คนที่เคยไปเยือนเมืองน่านเก็บเอามาบอกกล่าวเล่าต่อถึงจนคนภายนอกเริ่มให้ความสนใจและอยากรู้จักเมืองเล็กๆ เมืองนี้มากขึ้น

ผู้เขียนเริ่มเห็นกระแสการท่องเที่ยวเมืองน่านมาตั้งแต่ 2-3 ปีก่อน เมื่อกระแสการท่องเที่ยวหันมาให้ความสนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่เน้นศึกษาธรรมชาติและวัฒนธรรม เมืองเล็กๆ หลายเมืองจึงเปิดตัวขึ้นรวมทั้งน่านด้วย หากหลายคนยังนึกภาพของน่านไม่ออก ให้ลองนึกถึงเมืองปายสมัยที่ยังไม่มีรีสอร์ท เกสท์เฮ้าส์ และแสง สี เสียงอย่างในปัจจุบัน บนถนนสายหลักของตัวเมืองน่าน ชื่อสุมนเทวราช ที่สองข้างถนนเป็นอาคารไม้พาณิชย์ 2 ชั้นตลอดแนว ชั้นล่างเปิดเป็นร้านรวง ขายสินค้านานาชนิด เหมือนตัวเมืองทั่วไป แต่เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่ค่อนเล็ก เงียบสงบ ไม่ค่อยมีรถราเสียงดังวุ่นวายนัก บรรยากาศค้าขายจะคึกคักก็คงจะเป็นช่วงสาย-เย็น ที่คนจะออกมาจับจ่าย ซื้อของกันเท่านั้น

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของน่านในตอนนี้ คือการที่เริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาสู่เมืองน่านมากขึ้น ยิ่งเมื่อโครงการขยายเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างไทย ลาว และจีน ที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้คนเมืองน่านหลายคนเริ่มวิตกกังวลกับการพัฒนาที่รวดเร็วอย่างที่คนน่านไม่สามารถตั้งรับทันได้ แม้การท่องเที่ยวจะธุรกิจที่สร้างรายได้มหาศาลให้แก่หลายๆ พื้นที่ แต่กระแสที่โหมกระหน่ำมากเกินไป ก็อาจกลายเป็นดาบสองคม จากการพัฒนาเมืองกลับกลายเป็นการทำลายวิถีของเมืองเสียเอง

หากความน่ามาเยือนและสิ่งดึงดูดใจของเมืองน่านคือศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่อันงดงามทรงคุณค่า และวิถีชุมชนที่เรียบง่าย น่าค้นหาแล้ว แต่การหลั่งไหลของผู้คนและธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการที่ไร้การควบคุมกลับกลายเป็นตัวทำลายความงามเหล่านั้นแล้ว ใครกันจะทดแทนสิ่งที่สูญสลายไปได้