User login
Navigation
Who's online
ล่องเรือเก็บขยะ คลองลัดมะยม
by webmaster on Mon, 01/25/2010 - 15:34
ในระหว่างฤดูกาลเข้าพรรษา ช่วงนี้กระแสของงานอาสาสมัครกลับมาคึกคักกันอีกครั้ง เพราะถือเอาช่วงเทศกาลทางศาสนาสามเดือนแห่งการปวารณาตัวทำอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ลดเหล้าเข้าพรรษา ทำความดีเข้าพรรษา เข้าวัดช่วงเข้าพรรษา และกิจกรรมอื่นๆอีกเยอะแยะมากมาย ในโอกาสเดียวกันเครือข่ายจิตอาสาได้ปรึกษาหาหรือกันกับเครือข่ายพุทธิกา เห็นว่างานโครงการฉลาดทำบุญ ที่เคยทำร่วมกันมาตลาดสามปีที่ผ่านมายังน่าจะนำมาปัดฝุ่น ขัดสนิมกันอีกครั้ง ถึงแม้คราวนี้จะไม่มีการสนับสนุนจากองค์กรทุนใดๆ แต่งานอาสาสมัครก็ยังเป็นภารกิจขององค์กรเครือข่ายจิตอาสาหลายๆองค์กร
บางกอกฟอรั่มก็เป็นองค์กรหนึ่งในเครือข่ายจิตอาสาที่ได้เสนอกิจกรรมอาสาสมัครในชุดโครงการฉลาดทำบุญ ปี ๒๕๕๒ เช่นกัน กิจกรรมแรก เป็นกิจกรรมที่ได้ทำต่อยอดจากตอนที่ไปช่วยชาวชุมชนบ้านวังน้ำขาว อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท ทำอนุสรณ์สถานดินของอาจารย์ป๋วย อึ้งพากร เมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากยังเหลืองานฉาบอาคารอีกครึ่งหลัง ซึ่งผมเองได้สัญญากับพระป๊อบ (วิน เมฆไตรภพ) ผู้จัดการบ้านจิตอาสา ที่ลาไปอุปสมบทในช่วงเข้าพรรษา ว่าจะไปช่วยทำให้เสร็จ กิจกรรมนี้ประชาสัมพันธ์ไปเกือบสองเดือนแล้วยังไม่มีกระแสตอบรับจากพี่ๆน้องๆอาสาสมัครท่านไหนเลย อาจจะเป็นเพราะสถานที่ทำกิจกรรมต้องเดินทางไกลไปหน่อย หรืออาจจะมีเหตุผลอื่นๆที่ผมยังนึกไม่ออก
ตรงกันข้ามกับอีกกิจกรรมที่ทางบางกอกฟอรั่ม เสนอเข้าไปร่วมในชุดกิจกรรมของโครงการฉลาดทำบุญ คือ กิจกรรมล่องคลอง ชมสวน เก็บขยะ ที่ชุมชนตลาดน้ำคลองลัดมะยม เขตตลิ่งชัน กิจกรรมนี้มีอาสาสมัครสนใจสมัครเข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก จนผมเองต้องเพิ่มรอบทำกิจกรรม ฟังดูคล้ายๆคอนเสิร์ตนักร้องดังๆประมาณนั้นครับ เพิ่มรอบจากเดือนละ ๑ ครั้ง เป็นเดือนละ ๒ ครั้ง และคิดว่าน่าจะได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมตั้งคำถามกับตัวเองและทีมงานหลายคนว่าทำไม กิจกรรมล่องคลอง ชมสวน เก็บขยะ จึงได้มีอาสาสมัครให้ความสนใจมากขนาดนี้ คำตอบอาจจะมีอยู่ ๒-๓ ข้อ ข้อแรก ผมว่าอาจจะเป็นเพราะสถานที่ทำกิจกรรมเป็นตลาดน้ำ นอกจากได้ทำกิจกรรมแล้วยังได้เที่ยวตลาดน้ำคลองลัดมะยมอีกต่างหาก
ประการที่สอง อาจจะเป็นเพราะสถานที่ไม่ไกลมากเพราะอยู่ในกรุงเทพนี้เอง การเดินทางไปมาได้สะดวกพอสมควร และประการที่สาม ตัวกิจกรรมค่อนข้างน่าสนใจสำหรับคนเมือง(ในกรุงเทพฯ) คือการได้นั่งเรือชมคลอง ชมสวน แถมงานเก็บขยะยังเป็นงานที่ทำได้ง่ายๆไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมากมาย อันนี้เป็นเหตุผลของผมเองนะครับ แต่มีอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมเองก็เพิ่งได้รับรู้และเข้าใจหลังจากที่กิจกรรมล่องคลอง ชมสวน เก็บขยะ ได้เสร็จสิ้นในรอบแรก คือ เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมกว่า ๕๐ คน ซึ่งเกินจากที่ได้กำหนดรับไว้เดิมเพียง ๓๐ คนเท่านั้น และในการจัดกิจกรรมครั้งแรกก็ได้มีรายการโทรทัศน์ขวัญใจวัยรุ่นนักกิจกรรมยุคนี้ นั่นคือรายการมดคันไฟ ของบริษัทป่าใหญ่ครีเอชั่น ทางช่องthaipbs ได้มาตามถ่ายทำการทำกิจกรรมอาสาสมัครในครั้งนี้ด้วย กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นน้องๆนักศึกษา จากหลากหลายสถาบัน แต่ก็ยังมีพี่ๆน้องๆที่เป็นคนทำงานหลายคนมาร่วมกับเราด้วย
ผมก็แอบตั้งคำถามในใจอีกว่า ทำไมนักศึกษาจึงสนใจกิจกรรมอาสาสมัครครั้งนี้เป็นพิเศษกว่าทุกๆครั้ง ทุกๆปี ที่ผ่านมา ผมเพิ่งได้คำตอบตอนที่สรุปถอดบทเรียนกิจกรรมในบ่ายวันที่ ๑๖ หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม
บรรยากาศสบายๆที่อาสาสมัครทุกคนสามาพูดคุยกันได้อย่างเป็นกันเองหลังจากที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันมาในช่วงเช้า เริ่มคำถามด้วยความรู้สึกในการทำกิจกรรมของอาสาสมัครแต่ละคน น้องๆอาสาสมัครยังไม่มีใครกล้าที่จะแลกเปลี่ยนความรู้สึก อาจจะเป็นเพราะหลายคนไม่คุ้นเคยกับการพูดคุยกันในลักษณะนี้ แต่ด้วยความเป็นกันเองของวงสนทนา การแลกเปลี่ยนพูดคุยก็ค่อยๆเริ่มต้นขึ้น
คนแรกพูดถึงครั้งแรกที่ได้ลงเรือ หรือครั้งแรกที่มือน้อยๆของเขาสัมผัสกับน้ำคลอง ทำให้ผมเริ่มสนใจการสนทนานั้นมากขึ้น เพราะผมคิดว่าหลายคนที่นั่งล้อมวงกันอยู่นี้อาจจะมีประสบการณ์คล้ายๆกับคนแรก หลายคนพูดถึงมุมมองใหม่ๆของกรุงเทพฯที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีธรรมชาติความเป็นสวนผลไม้ สวนผัก และไม่น่าเชื่อว่าวิถีชีวิตแบบเดิมๆจะหลงเหลืออยู่ให้เห็นอย่างนี้ บางคนบอกว่าเคยเห็นกรุงเทพฯแต่เป็นตึกสูงๆ หรือวันหยุดวันว่างก็ไปเที่ยวสวน(จตุจักร) หรือห้างสรรพสินค้า การได้มาช่วยเหลือคนอื่น ก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน บางคนบอกรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก
อาสาสมัครคนหนึ่งชื่อน้องอาม เขาได้เล่าให้เพื่อนๆในวงฟังว่ามาทำกิจกรรมในครั้งนี้ถึงแม้จะใช้เวลาไม่นาน แต่เขารู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน ผมชอบคำนี้นะ เหมือนได้กลับบ้าน เขาเล่าต่อว่าทั้งที่บ้านของเขาก็อยู่ห่างจากชุมชนคลองลัดมะยมไม่กี่กิโลฯ เป็นชุมชนชาวคลอง ชาวสวนเหมือนกัน เมื่อตอนเขาอายุ ๖-๗ ขวบ สภาพแวดล้อมรอบๆ บ้านของเขาก็เป็นอย่างที่เห็นในวันนี้ คือ ยังมีสวนผลไม้ สวนผัก สวนเตย มีหิ่งห้อยตอนกลางคืน แต่ความเจริญได้เข้ามาเร็วมาก ถนนตัดผ่านทำให้บ้านจัดสรรเข้ามาแทนที่สวน น้ำในคลองเน่าเสีย จากความไม่รับผิดชอบของคนในชุมชน
เขาเห็นสภาพแวดล้อมสองฟากฝั่งคลองตอนที่ล่องเรือเก็บขยะในวันนี้แล้ว เหมือนกับได้ย้อนกลับไปยังวัยเด็กอีกครั้ง และที่สำคัญน้องอามไม่ได้ตั้งใจมาทำกิจกรรมอาสาสมัครในครั้งนี้แค่ตามๆเพื่อนมาเท่านั้นเอง
อาสาสมัครคนอื่นเงียบฟังอามเล่าอย่างตั้งใจ ผมแทบไม่ต้องพูดอะไรอีกในฐานะผู้ชวนคุย เพราะอามได้เชื่อมโยงให้ผมเกือบหมดแล้ว เนื่องจากจุดมุ่งหมายของกิจกรรมนอกจากอยากให้อาสาสมัครได้มีมิติในการให้เพื่อสังคม การมีจิตอาสาแล้ว สิ่งสำคัญผมอยากให้คนกรุงเทพฯโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ มีความเข้าใจในวิถีเดิมของเขาเอง เพราะถ้าดูจากประวัติศาสตร์กรุงเทพฯเมื่อก่อนก็เป็นเมืองของแม่น้ำลำคลอง มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์
ผมปล่อยให้วงเริ่มสนทนากันเอง การสะท้อนของเพื่อนคนหนึ่งทำให้น้องคนที่ทำหน้าที่เป็นพิธีกรรายการมดคันไฟซึ่งนั่งอยู่ในวงสนทนาด้วยเพื่อบันทึกเทปรายการ อดใจไม่ได้ที่จะลุกขึ้นมาขอแลกเปลี่ยนในฐานะที่เป็นคนรุ่นใหม่ ผมว่าเขาน่าสนใจที่ขอให้รายการหยุดบันทึกเทปเพื่อเขาจะได้ถามด้วยความเป็นตัวเองจริงๆ
คำถามของเขาทำให้เกิดการกระทบความรู้สึกและความคิดของผู้ร่วมสนทนาเป็นอย่างมาก และเป็นประเด็นที่ผมพยายามหาคำตอบในตอนต้น ว่านักศึกษาทำไมสนใจกิจกรรมอาสาสมัครครั้งนี้มากเป็นพิเศษ .....
เขาเล่าก่อนที่จะโยนเป็นประเด็นคำถามว่า ตอนที่เขาเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เขาเคยโดยบังคับให้มาทำกิจกรรมอะไรลักษณะนี้ เขารู้สึกไม่ชอบเลย แต่วันนี้เขากลับรู้สึกเปลี่ยนไป เขาไม่ได้ถูกบังคับและเขาได้เรียนรู้อะไรมากมาย เขาเลยอยากถามเพื่อนๆที่เป็นนักศึกษาเหมือนกันว่าเพื่อนรู้สึกอย่างไรกับการที่โดนบังคับให้มาทำงานอาสาสมัคร งานจิตอาสา หรือการทำอะไรเพื่อสังคมก็แล้วแต่ โดยมีเงื่อนไขว่าจะได้คะแนนหรือผ่านกิจกรรมอะไรบางอย่างในหลักสูตรของสถาบัน คำถามค่อนข้างแรง สำหรับครั้งแรกของน้องๆอาสาฯในวันนี้ แต่ในที่สุดก็มีอาสาผู้ใจกล้าที่จะเปิดใจ ว่าการมาทำกิจกรรมครั้งนี้มาด้วยความต้องการที่จะผ่านกิจกรรมของมหาวิทยาลัย
ในตอนแรกรู้สึกขัดต่อความรู้สึกและความเคยชินอยู่เหมือนกัน แต่พอได้ทำกิจกรรมแล้วกลับรู้สึกภาคภูมิใจเล็กๆ ที่ได้ทำอะไรให้คนอื่นบ้าง ถึงแม้จะเป็นงานเล็กๆน้อยๆ บวกกับได้มาเรียนรู้กับเพื่อนๆกลุ่มเดียวกัน เรียนรู้วิถีชีวิตที่ไม่เคยคิดว่าจะมี น้องๆบางคนบอกว่าถ้ามีเวลาว่างเว้นจากภาระการเรียนหนังสือ ต่อไปเขาอยากมาทำอย่างนี้มากขึ้น
ในคำถามเดียวกันของน้องพิธีกรรายการมดคันไฟ พี่เจน อาสาสมัครรุ่นใหญ่ที่เป็นครูนั่งอยู่ในวงสนทนานี้ด้วย ขอแลกเปลี่ยนมุมมองต่อว่า การบังคับหรือสร้างเงื่อนไขของอาจารย์กับนักศึกษามีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่อยากจะพูดถึงข้อดีที่อย่างน้อยก็เปิดโลกทรรศน์ให้กับคนรุ่นใหม่ โลกของการให้ โลกของการเสียสละ การเรียนรู้ระหว่างทำกิจกรรมจะซึมซับไปกับตัวของน้องๆเอง ซึ่งผมเห็นด้วยกับข้อแลกเปลี่ยนของพี่เจนอย่างมาก แต่ผมเองก็อดที่จะขอแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมไปเครื่องมือบางอย่างในเรื่องการทำงานอาสาไปด้วยไม่ได้ เพราะสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของการเรียนรู้วันนี้ อย่างหนึ่งคือการพูดคุย ถ้าไม่เกิดวงพูดคุยอย่างนี้ความรู้สึกต่างๆรวมไปถึงบทเรียนของพี่ๆน้องๆอาสาสมัครก็จะไม่ได้ถูกถ่ายทอดและเรียนรู้ร่วมกันอย่างแน่นอน
คะทาวุธ แวงชัยภูมิ
บางกอกฟอรั่ม