User login

Navigation

Who's online

There are currently 0 users and 1 guest online.

กองทุนสุขภาวะกรุงเทพ

ปัจจุบัน สภาพความอ่อนแอของระบบนิเวศของเมืองต่างๆ ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผลพวงจากการเติบโตของเมืองอย่างไร้ระเบียบ และจากการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่ทำให้มีการจัดหาและใช้ทรัพยากรในกระบวนการผลิต ตลอดจนรูปแบบการบริโภคที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ถูกใช้สอยและถูกทำลายจนเสื่อมถอย ทั้งสภาพ ปริมาณ และคุณภาพ ซํ้ายังก่อให้เกิดมลพิษในหลายด้าน

สภาพการณ์ดังกล่าว จะยังคงความรุนแรง และเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนเพราะการเพิ่มขึ้นของประชากรในเขตเมือง ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แบบแผนของกระบวนการผลิตและการบริโภคที่ไม่เหมาะสมยังคงเป็นไปในทิศทางเดิม สภาพของระบบนิเวศเมืองที่เปราะบางในลักษณะที่เป็นอยู่นี้ กำลังกลายเป็นข้อจำกัดของการพัฒนาสู่กรุงเทพ ?เมืองน่าอยู่?

ผู้คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ทุกวันนี้ มีทั้ง กลุ่มคนร่ำรวย นักธุรกิจ ปัญญาชน ที่มีโอกาสเข้าถึงบริการต่างๆ ของสังคม และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่อาศัยในเขตชุมชนแออัด เขตชานเมือง ผู้ใช้แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม กรรมกรก่อสร้าง และผู้รับจ้างรายวัน รวมทั้งกลุ่มเสี่ยงต่างๆ ได้แก่ แม่และทารก เด็กนักเรียน หญิงอาชีพพิเศษ นักโทษในเรือนจำ ทหารเกณฑ์ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ฯลฯ ซึ่งจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกรุงเทพฯ ทำให้วิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงเร็วตามไปด้วย ค่านิยมในการบริโภคก่อให้เกิดระบบการแข่งขันและระบบผลประโยชน์ ครอบครัวส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นครอบครัวเดี่ยว แม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ต้องทิ้งลูกให้ปู่ย่าตายายที่ต่างจังหวัดเลี้ยง กลุ่มคนยากจนต้องดิ้นรนกับปัญหาเศรษฐกิจและความจำเป็นพื้นฐานของชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ ประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับการคุ้มครองด้านการบริโภค เกิดภาวะความเครียดทางจิตใจ ปัญหาด้านสุขภาพกาย นอกจากนั้นบริการสาธารณะต่างๆ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน การขนส่ง-การจราจรทั้งทางบกและทางน้ำ ไม่เพียงพอและขาดมาตรฐาน

สภาพการณ์ต่างๆ เหล่านี้ ล้วนมีผลต่อ ?สุขภาวะ? ของคนกรุงเทพฯ ซึ่งมาจากทั้ง ความขาดแคลนหรือยากจน ซึ่งมักเกิดในกลุ่มคนจนเมืองที่อพยพมาจากชนบท อันเป็นผลจากความยากจน ด้อยการศึกษา ทำให้ต้องอยู่อย่างแออัด ภายใต้สภาพสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรม ถูกเอารัดเอาเปรียบ เข้าไม่ถึงบริการสาธารณะต่างๆ เป็นต้น ความมั่งคั่ง ที่มาพร้อมกับสังคมสมัยใหม่และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้เกิดการบริโภคที่ไม่สมดุล เกิดอันตรายจากภาวะสิ่งแวดล้อมหรือการประกอบอาชีพ เช่น มะเร็ง อุบัติเหตุ อุบัติภัย และ พยาธิสภาพทางสังคม ที่เป็นสภาพของความเร่งรัดแข่งขัน ทำให้เกิดความเคร่งเครียดในการทำมาหากิน ขาดความอบอุ่นในครอบครัว โดดเดี่ยว ไร้ญาติขาดมิตร ไม่มีผู้คอยให้คำปรึกษาหรือให้กำลังใจ นำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น การติดยาเสพติด ติดสุรา ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร โรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคจิต โรคประสาท การก่ออาชญากรรม และการฆ่าตัวตาย

การรวมกลุ่ม ร่วมมืออย่างสร้างสรรค์เพื่อพัฒนา ?สุขภาวะ?

อีกทางเลือกหนึ่ง ของการร่วมสร้าง ?สุขภาวะ? ให้เกิดขึ้นกับชาวเมืองกรุง ฯ หรืออีกหลาย ๆ เมืองนั้น ต้องเริ่มจากผู้คนที่หลากหลายภายในชุมชน สังคม ท้องถิ่นหรือพื้นที่นั้น ๆ (รวมชุมชนออนไลนส์ด้วย) มารวมตัวกัน พูดคุย ปรับทุกข์ ต่อสุข เอาใจมาต่อใจ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แล้วให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม

เมื่อคนจิตใจดี อยากเห็นสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นร่วมกัน.....ซึ่งเท่ากับว่า ?ทุน? บางอย่างได้เกิดขึ้นแล้ว นั่นคือที่เรียกว่า ?ทุนทางสังคม?

การมารวมตัวเป็นกลุ่มเพื่อพูดคุยกันบ่อยๆ อย่างต่อเนื่อง จะทำให้มองเห็นภาพร่วมกัน เกิดจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และได้ข้อสรุปในการแก้ปัญหาร่วมกัน เช่น เมื่อเห็นปัญหาในท้องถิ่นร่วมกันแล้วก็นำไปสู่การวิเคราะห์ที่มาของปัญหา การคาดการณ์ร่วมกันว่า จะเกิดอะไรขึ้น หากปล่อยให้ปัญหาดำเนินต่อไป ที่สำคัญ คือ มองเห็นทางเลือกทางออกว่า ทุกคนจะร่วมกันแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างไร

เมื่อถึงขั้นนี้แล้ว ทางกลุ่ม ชุมชน หรือพื้นที่ออนไลนส์จะมีการระดมความคิด และร่วมกันสร้างเงื่อนไขให้เกิดกองทุน ด้วยกิจกรรมที่เหมาะสมกับพื้นที่ อาทิ การระดมทุน ธุรกิจเพื่อชุมชน เพื่อสังคม การกลุ่มออมทรัพย์ หรือการรวมตัวไปช่วยผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากในที่ต่าง ๆ ด้วยการเป็นอาสาสมัคร เป็นต้น เพื่อให้ได้ทุน ทรัพยากร หรือส่วนต่าง ที่จะเกิดขึ้นจากการรวมตัวกัน เช่น การออมทรัพย์ การทำธุรกิจ หรือการเป็นอาสาสมัคร มาใช้แก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ให้กับชุมชนท้องถิ่นของตน

ดังนั้น กองทุนสุขภาวะสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกชุมชน แต่จะอยู่ในรูปแบบใด ก็ขึ้นกับเงื่อนไข ความเหมาะสมของชุมชนนั้นๆ จะกำหนดรายละเอียดปลีกย่อยลงไป

ตัวอย่าง......องค์กรการเงิน...อีกหนึ่งเส้นทางสู่การพัฒนาเป็น ?กองทุนสุขภาวะ?
องค์กรการเงิน เป็นองค์กรที่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคนและชุมชนให้ดีขึ้นโดยอาศัยการออมเป็นเครื่องมือ ซึ่งองค์กรเหล่านี้จะเน้นให้คนรู้จักจัดการการเงินของตนเอง รู้จักการอดออม และนำเงินอดออมมาสะสมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (ช่วยเหลือตนเองและผู้อื่น)

เป้าหมายขององค์กรเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่การสร้างเงินออม แต่อยู่ที่การพัฒนาคนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม มีความเมตตา กรุณา และรู้จักการให้ ซึ่งจะก่อให้เกิดสันติสุขขึ้นในชุมชนและสังคม โดยเงินที่ได้จากการออมจะถูกบริหารเพื่อช่วยเหลือแก่เพื่อนสมาชิกที่เดือดร้อนในรูปของเงินให้กู้ยืม ผลตอบแทนที่ได้จากการให้กู้ยืมจะถูกนำมาจัดสรรไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการจัดบริการอื่น ๆ ที่จำเป็นและสร้างความมั่นคงแก่ชีวิตและทรัพย์สินของสมาชิกและสังคม เช่น สวัสดิการประเภทต่าง ๆ กิจกรรมอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น (อ้างอิงจาก : การพัฒนาองค์กรการเงินและเครือข่าย ชุดบทเรียนจากชุมชน ลำดับที่ 8 สำนักงานกองทุนเพื่อสังคม, กุมภาพันธ์ 2545 หน้าที่ 9)

องค์กรการเงิน......พัฒนาสู่ ?กองทุนสุขภาวะ? ได้อย่างไร
หัวใจสำคัญของการใช้กิจกรรมองค์กรการเงินมาสร้าง ?กองทุนสุขภาวะ? คือ ความร่วมมือ แลกเปลี่ยน ช่วยเหลือ และการสร้างระบบความมั่นคงให้กับชีวิตให้กับครอบครัว ชุมชน และพื้นที่ อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญหรือแก่นสาระของการใช้กรณี ?องค์กรการเงิน? มาเป็นกรณีศึกษาเพื่อชี้ให้เห็นว่า ?องค์กรการเงิน? สามารถนำมาสร้างเป็นเงื่อนไขสู่การพัฒนา ?กองทุนสุขภาวะ? ได้ เพราะการเป็น ?กองทุนสุขภาวะ? หัวใจสำคัญคือ กระบวนการ มิใช่ผลลัพธ์ในรูปของกิจกรรม

ซึ่งหากจะพัฒนากิจกรรมองค์กรการเงินเพื่อนำมาเป็นกิจกรรมก้าวแรกของการพัฒนา ?กองทุนสุขภาวะ? นั้น ควรต้องคิดเรื่อง ความครบถ้วนของชุดกิจกรรมทั้งหมด และกระบวนการให้ได้มาซึ่งความครบถ้วนของชุดกิจกรรม โดยเฉพาะในเรื่องสร้างให้เกิดการดูแล การช่วยเหลือกันได้ทั้งระบบของพื้นที่ เพราะท้ายสุดของเรื่องราวต่าง ๆ ต้องตอบให้ได้ว่า ทำไปเพื่อใคร เพื่ออะไร มิใช่การทำเฉพาะประโยชน์ของกลุ่มตน แต่เป็นประโยชน์สุขโดยรวมของคนทั้งพื้นที่

การทำกลุ่มออมทรัพย์ หรือกิจกรรมใดก็ตาม ต้องสามารถโยงใยให้เห็นว่า จะนำไปสู่การช่วยเหลือผู้อื่นที่ลำบากกว่าตนได้อย่างไร เพราะการทำกลุ่มออมทรัพย์ ก็มักจะมุ่งตอบสนองคนในกลุ่มออมทรัพย์นั้น ๆ หรือ การทำธุรกิจชุมชนก็จะมุ่งที่การปันผลเฉพาะกลุ่ม แต่สำหรับการทำเรื่อง ?กองทุนสุขภาวะ? ต้องสามารถโยงใยได้ทั้งหมดว่า เมื่อทำกิจกรรมนี้ขึ้นมา จะสามารถไปต่อกับกิจกรรมอย่างอื่นหรือทุนอื่น ๆ ที่มีอยู่เดิมในชุมชน ท้องถิ่น หรือพื้นที่ได้อย่างไร เพื่อนำไปสู่การช่วยเหลือ การพึ่งพากันได้ทั้งระบบของคนที่อยู่ในพื้นที่ เช่น คนยากจน หรือคนไร้โอกาสที่ไม่สามารถเอาเงินมาออม หรือมาทำกิจกรรมในรูปของธุรกิจชุมชนได้

ดังนั้น การทำกิจกรรมในรูปแบบใดก็ตาม อาทิ ธุรกิจชุมชน* หรือกิจกรรมรูปแบบใดก็ตาม (ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์ท้องถิ่นให้น่าอยู่) ต้องสามารถตอบโจทย์การมารวมตัวร่วมกันได้ นอกเหนือจากการเห็นมิติว่า การมาทำกิจกรรมแล้วทำให้เกิดรายได้เพิ่มมากขึ้นทั้งต่อครอบครัว ชุมชน เพราะเรื่องราวดังกล่าวยังเป็นการมองเห็นแค่ทิศทางส่วนตัว (กลุ่ม) แต่ยังไม่แตะไปถึงเรื่องราวที่ใหญ่เกินตัว ว่ามารวมกลุ่มทำกิจกรรมแบบนี้ จะนำไปสู่ ?การเห็นความสุขรวมหมู่? ได้อย่างไร เช่น การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากกับบุคคลที่ไม่ได้มาร่วมออมทรัพย์หรือทำธุรกิจชุมชน หรือแม้กระทั่งจะนำไปสู่การรวมสร้างชุมชนให้น่าอยู่ขึ้นได้อย่างไร

นับจากสนธิสัญญาเบาวริ่ง สังคมไทยถือเป็นสังคมที่มีการเรียนรู้เรื่องการทำธุรกิจชุมชน หรือธุรกิจเพื่อสังคมกันอยู่แล้ว เพราะการทำธุรกิจสมัยนั้น มิได้มองที่การสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจเป็นหลักเท่ากับทางด้านสังคม แต่เน้นการพัฒนาศักยภาพของคนให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และพึ่งตนเองได้ โดยเฉพาะเน้นให้ชุมชนเกิดการจัดการทุนของตนเอง ทั้งทุนที่เป็นเงินตราและที่ไม่ใช่เงินตรา ได้แก่ วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญา เป็นต้น โดยได้โยงใยเข้ากับฐานการสร้างสำนึกร่วมของชุมชนทุกชุมชนบนแผ่นดินไทย ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา เป็นฐานที่ต้องการเชื่อมโยงให้คนในชุมชนเกิดความรัก ความหวงแหน และสามารถจัดการทุนของชุมชนที่มีอย่างเต็มศักยภาพและรักษาไว้ให้ยั่งยืน ซึ่งมีความสอดคล้องกับกระบวนการพัฒนา ?กองทุนสุขภาวะ? ที่หัวใจสำคัญคือ กระบวนการ มิใช่ผลลัพธ์ในรูปของกิจกรรม เพราะกิจกรรมใดก็ตามสามารถพัฒนาเป็นกองทุนสุขภาวะได้ แต่เนื้อหาของการพัฒนาจะแตกต่างตรงที่ว่า ?กองทุนสุขภาวะ? หัวใจคือ ?การมีจิตสาธารณะหรือความร่วมมือกัน? คือ คนมีใจมารวมกัน มาต่อกัน เมื่อคนมารวมตัวกันก็จะเกิดเป็นข่ายทุนทางสังคม และข่ายทุนทางสังคมนี้เองที่ทำให้เกิดทุนในรูปอื่น ๆ ตามมา ซึ่งแล้วแต่การกำหนดรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละพื้นที่

ปัจจัยสำคัญเบื้องต้นของกระบวนการพัฒนา ?กองทุนสุขภาวะ?

เน้นความร่วมมือของคนในชุมชน พื้นที่ หรือ สำนึกร่วมของคนในชุมชน
เริ่มจากข้างล่าง (bottom up) เน้นการสร้างกิจกรรมเล็ก ๆ แต่ส่งผลกระทบใหญ่ (ไม่เน้นเชิงปริมาณ หรือสั่งการให้เกิด) จะเป็นกิจกรรมใดก็ได้ แต่ต้องสามารถตอบโจทย์ใหญ่ภาพรวมของชุมชนหรือพื้นที่นั้น ๆ มีระยะเวลาการพัฒนา เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม และความเป็นเจ้าของกองทุน

กองทุนที่เกิดขึ้นต้องยังประโยชน์สุขแก่สาธารณะ หรือเพื่อแก้ไขปัญหา ?สุขภาวะพร่อง? ในชุมชน ท้องถิ่น หรือพื้นที่ การบริหารจัดการโปร่งใส ยุติธรรม และตรวจสอบได้ ดังนั้น หัวใจสำคัญของการพัฒนา ?กองทุนสุขภาวะ? สำคัญที่กระบวนการ มิใช่กิจกรรม เพราะ เราสามารถนำทุกกิจกรรม ไปใช้ในการพัฒนาให้เกิด ?กองทุนสุขภาวะ? ได้เกือบทั้งหมด

วันนี้.....คุณเริ่มสร้าง ?กองทุนสุขภาวะ? หรือยัง

* ธุรกิจชุมชนมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มออมทรัพย์ ก็เพื่อมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และให้เกิดการร่วมกันบริหารจัดการ โดยคนในชุมชนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทาง และใช้ทรัพยากรในชุมชน อาทิ วัตถุดิบ ความรู้ แรงงาน หรือกำลังทรัพย์ ซึ่งการทำกิจกรรมดังกล่าว จะคำนึงถึงความเหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมทางสังคม และเศรษฐกิจในชุมชนเป็นหลัก