User login

Navigation

Who's online

There are currently 0 users and 2 guests online.

ชุมชนแพร่งภูธรกับการท่องเที่ยว

ย่านสามแพร่ง คือย่านที่ประกอบไปด้วยชุมชนแพร่งชุมชน แพร่งนรา และแพร่งสรรพสาตร์ อยู่ระหว่างถนนตะนาว และถนนอัษฎางค์ ในบริเวณหลังกระทรวงกลาโหม ริมคลองคูเมืองเดิม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ย่านแห่งนี้เป็นย่านเก่าแก่ มีอาคารเก่าสวยงาม อายุกว่า 100 ปี อยู่เป็นจำนวนมาก มีความสำคัญในฐานะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่นี่เคยมีเชื้อพระวงศ์หลายพระองค์อาศัยอยู่ ดังจะเห็นได้จากการมีวังเก่าเหลือไว้เป็นอนุสรณ์ที่แพร่งนรา ตลอดจนมีอาคารบางหลังในย่านแห่งนี้ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังเป็นย่านที่มีอาหารอร่อยอยู่หลายร้านที่เปิดกิจการกันมายาวนานเป็นเวลา 50 ปีขึ้นไปเป็นอย่างน้อย จนกลายเป็นร้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักถึงในต่างประเทศ

ย่านแห่งนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้นทุกขณะ หลังจากมีการถ่ายทำรายการสารคดีเผยแพร่ออกอากาศทางรายการโทรทัศน์ต่างๆ มากขึ้นในช่วงปลายปี พ.ศ.2551 จนถึงปัจจุบัน ทำให้คนสนใจเข้ามาในย่านแห่งนี้มากขึ้น ทั้งคนที่อยากเข้ามาเที่ยว เข้ามาถ่ายภาพ เข้ามาชื่นชมกับอาคารเก่าแก่ และเข้ามารับประทานอาหารในร้านอาหารเก่าแก่ที่มีอยู่จำนวนมาก

ล่าสุด ทางกรุงเทพมหานคร ได้จ้างออร์กาไนซ์เซอร์ให้เข้ามาจัดกิจกรรมโครงการถนนคนเดิน ตอน ทานอาหาร ชิมขนม ชมอดีตสามแพร่ง เมื่อวันที่ 18-20 กันยายน พ.ศ.2552 โดยพื้นที่จัดกิจกรรมหลักอยู่ที่ชุมชนแพร่งภูธร และแพร่งนรา

?คุณอย่าไปพกความหวังเข้ามากเกินไป อย่าไปหวังว่า คุณเข้ามาที่นี่แล้ว คุณจะเจอบรรยากาศทุกอย่างเหมือนสมัยรัชกาลที่ 5 แต่คุณจะเจอในสิ่งที่เป็นปัจจุบันอย่างที่เราเป็น? คุณธีรพล คชาชีวะ ประธานชุมชนแพร่งภูธร คุยกับเราในบ่ายวันหนึ่ง โดยกล่าวถึง ความคาดหวังของคนที่จะเข้ามาเที่ยวแพร่งภูธร ที่เชื่อว่าจะมีปริมาณมากขึ้นทุกขณะ หลังจากเรื่องราวของชุมชนแห่งนี้ได้รับเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชน
?นักท่องเที่ยวคาดหมายมากเกินไป ต้องการมาเสพสุข ก็ไปดูดเอาความสุขจากคนในนั้น ชาวบ้านในนั้นเขาก็หน้างอ มันก็ไม่มีความสุข เราเองก็ไม่อยากจะขายความสุข แต่มาแลกเปลี่ยนกันดีกว่าไหม แต่ถ้าคิดว่ามาแลกเปลี่ยนกัน มันก็มีความสุข ก็สบายใจกันทั้งสองฝ่าย ขอให้คุณเข้ามาเที่ยวที่แพร่งภูธรด้วยความสุข แล้วชาวบ้านที่นี่ อย่างเช่น เฮียตี๋ เจ้าของอู่ซ่อมรถวิเชียร ก็จะต้อนรับคุณด้วยความสุข.. เราเอาความสุขมาแลกกัน?

นอกจากนี้เรื่องกระแสการท่องเที่ยว แบบโหยหาอดีตของนักท่องเที่ยวที่แห่แหนกันเข้าไปในพื้นที่ใด พื้นที่หนึ่งจนมีปริมาณมากเกินขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราพูดคุยกัน

?เราไม่ได้ต้องการนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในปริมาณมากเกินไป แต่เราอยากได้นักท่องเที่ยวในปริมาณที่พอเหมาะ และมีคุณภาพ? คุณธีรพล อธิบาย

?ผมมีทฤษฎีฉี่สามลิตร แหล่งท่องเที่ยวเชิงปริมาณน่ะ คือผมเปรียบเทียบง่ายๆ ว่า เวลาเราไปไหนก็พกฉี่ไปด้วย นักท่องเที่ยวคนหนึ่งจะฉี่สามลิตรต่อวัน เราไปเที่ยวสามชุกคนเดียวนี่ ฉี่สามลิตร เขาก็รับมือได้ แต่ถ้าวันหนึ่งเข้ามาเที่ยวเป็นพันคน ก็จะมีฉี่ 3,000 ลิตร ซึ่งมันเยอะเกินกว่าที่ชุมชนจะรองรับได้ มันก็ไม่ไหว มันก็รับมือไม่ได้ ฉี่สามลิตรมันหมายถึง การจราจร ขยะ การไปดูดเอาความสุขของคนในพื้นที่ด้วย.. อย่างเกาะเกร็ดนี่ เขาเป็นเกาะเล็กๆ เราไปนี่ พกฉี่ไปด้วยแน่ๆ ทุกคนก็ฉี่กัน ฉี่ท่วมเกาะเกร็ดกันพอดี?

คุณธีรพล เล่าว่า ชุมชนแพร่งภูธร แห่งนี้ ต้องการนักท่องเที่ยวในจำนวนที่พอเหมาะ และเป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ พร้อมจะเข้ามาเรียนรู้สิ่งดีๆ ที่เป็นคุณค่าที่โดดเด่นของชุมชนทั้งสามประการ ได้แก่ เรื่องสถาปัตยกรรมของตัวอาคาร เรื่องอาหาร และเรื่องประวัติศาสตร์ชุมชน ซึ่งที่ผ่านมานั้น ก็ได้มีคณาจารย์และนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ เข้ามาเรียนรู้อยู่เป็นประจำ นอกจากนี้แกนนำชุมชน ก็ยังได้ร่วมกับบางกอกฟอรั่ม ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่อยู่ในพื้นที่ จัดกิจกรรมเดินทัวร์ชุมชนไปแล้ว 2 ครั้ง เมื่อกลางเดือนสิงหาคมและต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อทดลองให้รู้ว่า กิจกรรมการท่องเที่ยวในลักษณะนี้มีความเป็นไปได้

ถ้อยคำข้างต้นของประธานชุมชนแพร่งภูธร อาจฟังดูอหังการ.. กระทั่งทำให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐบางคนรู้สึกหมั่นไส้ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่มาพร้อมกับคำสั่งในมือจากเบื้องบนในลักษณะที่เรียกว่า TOP DOWN ให้เข้ามาปรับเปลี่ยนหลายสิ่งหลายอย่างทางด้านกายภาพ รวมถึงวิถีชีวิตของชาวบ้าน ที่หนักกว่านั้นคือแนวคิดที่จะเอาชาวบ้านในชุมชนออกไป แล้วจัดฉากขึ้นมาใหม่ ในความเป็นจริงแล้ว ชุมชนแห่งนี้ต่างไปจากชุมชนหลายๆ แห่งที่กลายเป็น ?ชุมชนที่ถูกท่องเที่ยว? ไปแล้ว ชุมชนแพร่งภูธรแห่งนี้ เป็นชุมชนที่ผู้คนมีการรวมตัวกันทำงานพัฒนาชุมชนของตนเองมาเป็นเวลายาวนาน ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ชุมชนแห่งนี้จะมีแนวคิดในการบริหารจัดการในลักษณะที่เอาชุมชนเป็นตัวตั้ง โดยที่แนวคิดในการทำงานถูกสร้างขึ้นมาจากชาวบ้านในชุมชนด้วยกันเอง หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เป็นการทำงานพัฒนาในลักษณะที่ชาวบ้านมีส่วนร่วม

ที่ผ่านมานั้น ชุมชนแพร่งภูธร เป็นชุมชนที่ผู้คนอยู่อาศัยกันมายาวนานหลายชั่วอายุคน แกนนำชุมชนได้ลงมือพัฒนาชุมชนของตนเอง ร่วมกับองค์กรต่างๆ ที่เข้ามาทำงานร่วมด้วยมาเป็นเวลากว่าสิบปี การพัฒนาชุมชนที่เด่นชัดนั้น เห็นได้จากการที่ชุมชนได้มีกระบวนการพูดคุยเพื่อสร้างวิสัยทัศน์ชุมชน จนได้มีการตกลงกันเมื่อช่วงประมาณปีพ.ศ.2540-2541 เพื่อทาสีอาคารให้เหมือนกันทั้งหมดเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเลือกใช้สีที่คงทนต่อความชื้นที่ขึ้นมาจากใต้ดิน ทำให้สีที่ทาอาคารในสมัยนั้น ยังคงทนมาจนถึงปัจจุบันนี้ จากนั้นเป็นต้นมา ก็ได้มีจดทะเบียนเป็นชุมชนกับทางกรุงเทพมหานคร มีกิจกรรมการพัฒนาชุมชนต่อเนื่องยาวนาน มีการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายกับชุมชนอื่นๆ ในเขตพระนคร และเขตอื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการทำงานพัฒนาชุมชนร่วมกัน รวมแล้วกว่า 20 ชุมชน นอกจากนี้ในปี พ.ศ.2552 ยังได้ขยับขยายไปเป็นเครือข่ายการเรียนรู้ กับผู้ทำงานฟื้นฟูย่านเก่าที่จังหวัดแพร่ น่าน และเชียงใหม่อีกด้วย

นอกจากนี้ ชุมชนยังมีงานทางด้านกิจกรรมเยาวชน มีการจัดงานกิจกรรมวันเด็ก ที่เยาวชนในย่านเป็นผู้กำหนดภาพรวมของงาน และช่วยกันจัดงานกันขึ้นมา อย่างต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งปัจจุบันนี้ เยาวชนในชุมชนแพร่งภูธรจำนวนประมาณ 15 คนได้รวมตัวกันพัฒนาเว็ปไซต์www.phraengphuthon.com ของชุมชนขึ้นมา เพื่อรวบรวมข้อมูล และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องของชุมชนสู่สาธารณะ

ในเรื่องของการจัดการการท่องเที่ยวภายในชุมชนนั้น คุณธีรพล และแกนนำชุมชนส่วนหนึ่ง เห็นว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ และชุมชนสามารถทำได้เอง เนื่องจากจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ชุมชนแพร่งภูธร ก็เคยจัดกิจกรรม ?วันงามที่สามแพร่ง? กันเองมาแล้วเมื่อปี พ.ศ.2541 และหากพิจารณาศักยภาพของชุมชนที่มีอยู่ ก็พบว่า มีความเป็นไปได้มาก เพราะเมื่อพิจารณาจากคนที่มาเที่ยวงานเมื่อวันที่ 18-20 กันยายน ที่ผ่านมานั้น ก็พบว่า คนที่มาเที่ยวในงาน ไม่ได้สนใจการแสดงบนเวทีที่เป็นพวกรำๆ ฟ้อนๆ ที่ต้องจ้างนักแสดงสวยๆ ค่าตัวแพงมาแสดงเท่าใดนัก หากแต่สนใจบรรยากาศความเป็นย่านเก่า และอาหารที่มีขายอยู่ภายในชุมชนมากกว่า สิ่งนี้ทำให้แกนนำชุมชนเกิดความมั่นใจว่า ?งานนี้เราเอาอยู่แน่ๆ?

หากเรื่องนี้ทำได้เป็นผลสำเร็จ ก็อาจจะกล่าวได้ว่า นี่คือการจัดการการท่องเที่ยวที่เกิดจากคนในชุมชน ซึ่งจะมีความยั่งยืนกว่าการที่มีคนจากภายนอกเข้ามาจัดงานให้ ซึ่งจัดงานเสร็จแล้วก็จบลงไป อย่างไรก็ตาม เรื่องการท่องเที่ยวนี้เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วม ต้องมีการพูดคุยตกลงกันภายในชุมชน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกภายในชุมชนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่แกนนำชุมชนให้ความสำคัญมาก

?ที่ผ่านมา ภาครัฐเข้ามามองพื้นที่ จะปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบเร็วๆ ไม่มองคนที่อาศัยอยู่ในตึก เขาอยากเปลี่ยนมือผู้เช่า แต่ชุมชนอยากได้แบบช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป?

สำหรับเรื่องการจัดการการท่องเที่ยวในชุมชนแพร่งภูธรนี้ ก็ยังมีอะไรที่แกนนำชุมชน และชาวชุมชนต้องลงมือทำอีกมากมาย และสุดท้าย ก็คงต้องกล่าวว่า... โปรดติดตามตอนต่อไป

? แพร่งภูธร แพร่งนรา แพร่งสรรพสาตร์ อยู่หลังกระทรวงกลาโหม ข้างๆ คลองคูเมืองเดิม นั่งรถเมล์มาลงสนามหลวง แล้วเดินต่อเข้ามาก็ได้ ไม่ไกลมาก
หรือจะนั่งรถเมล์มาลงที่สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง แล้วเดินเข้ามาทางถนนตะนาว (เดินมาทางทิศใต้) ผ่านศาลเจ้าพ่อเสือ แล้วต่อไปอีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว
? ไม่แนะนำให้ขับรถยนต์ส่วนตัวมา เพราะที่จอดรถหายากมาก

ครรชิต จูประพัทธศรี
บางกอกฟอรั่ม , กันยายน พ.ศ.2552