User login
Navigation
Who's online
ทำไมต้องเครือข่าย?
?อีไตน์ เวนเจอร์ เรียกเครือข่ายทางสังคม ที่ก่อเกิดเองได้ ผ่านการสื่อสารกันระหว่างมนุษย์
ที่ได้สร้างความคิดและความหมายใหม่ขึ้นมาได้ว่า ชุมชนแห่งการปฏิบัติ เครือข่ายทาง
สังคมประเภทนี้ มุ่งสนใจที่บริบทแห่งความหมายร่วมกัน มากกว่าแบบแผนการจัดองค์กร
ซึ่งบริบทของความหมายร่วมนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อคนร่วมประกอบการสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือเป็นหุ้น
ส่วนในชั่วระยะเวลาหนึ่งๆ?
(ปุสตี อาคมานนท์ มอนซอน และปัทมา สุพรรณกุล, 2549 หน้า 9)
ในอดีตโครงข่ายการบริหารจัดการของรัฐไม่ได้แผ่ขยายใหญ่โตเช่นปัจจุบัน ท้องถิ่นจึงต้องมีวิถีการจัดการบางอย่างร่วมกัน เพื่อจัดสรรทรัพยากร จัดการปัญหา หาข้อยุติเมื่อมีกรณีขัดแย้งเกิดขึ้น รวมทั้งการพึ่งพากันเองในชุมชนเล็กๆ ของตน หากมีบางอย่างที่จัดการเองไม่ได้ หรือขาดแคลนในชุมชน ก็อาศัยพึ่งพาจากท้องถิ่นใกล้เคียง เป็นเครือข่ายหลวมๆ โดยธรรมชาติ ที่มีเป้าหมายเพื่อการดำรงชีวิตของคนในชุมชน ให้ดำรงอยู่ได้อย่างปกติสุข
เมื่อรัฐเติบใหญ่เข้มแข็งขึ้น มีการสถาปนาความเป็นรัฐชัดเจนขึ้น มีขอบเขตอาณาจักรที่แน่นอน มีรูปแบบการปกครองที่ดึงอำนาจในการจัดการตนเองของชุมชนมาอยู่ที่รัฐมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้รัฐเข้าไปจัดการกับท้องถิ่นในทุกเรื่อง บนคำอธิบายของการพัฒนา แม้ผลคือท้องถิ่นได้รับความสะดวกสบายทางวัตถุมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ขณะเดียวกันก็ลดทอนอำนาจและความสามารถในการจัดการตนเองของท้องถิ่นลงทุกที เครือข่ายทางสังคมที่เคยมีมาตามธรรมชาติลดบทบาททำหน้าที่ลง และอ่อนแรงลงในที่สุด
เป็นที่น่าสังเกตว่าการพัฒนาที่กำหนดโดยรัฐที่รวมศูนย์การตัดสินใจอยู่ที่ผู้บริหารประเทศ แม้จะได้ชื่อว่ามาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย แต่ส่วนใหญ่เนื้อหาและที่มาของนักการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศมักสร้างคำถามให้กับสังคมอยู่เสมอ ว่าพวกเขาเข้ามาบริหารบ้านเมืองเพื่อพิทักษ์ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง หรือเพื่อประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง
โลกที่ซับซ้อนขึ้นด้วยสภาพปัญหาที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประกอบกับผลพวงจากการพัฒนาที่แยกส่วน ทำให้เกิดปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อมขึ้นทั้งในเมืองใหญ่ๆ และลุกลามไปยังชนบทห่างไกล อีกทั้งรูปแบบ เนื้อหาของปัญหาในแต่ละท้องถิ่น ที่มีความเฉพาะเจาะจง ทำให้ไม่อาจแก้ไขโดยแบบพิมพ์เดียวจากรัฐกลาง ดังคำกล่าวที่ว่า ?รัฐเล็กไปที่จะจัดการกับเรื่องใหญ่ๆ และใหญ่ไปที่จะจัดการกับเรื่องเล็กๆ? การทวงถามถึงอำนาจในการจัดการตนเองของท้องถิ่น เพื่อความปกติสุขของตนเอง จึงเกิดขึ้นทั่วทุกท้องถิ่นของประเทศ ผ่านการรวมตัวกันของภาคประชาชนเป็นกลุ่มก้อน และเชื่อมร้อยกันเป็นเครือข่าย เพื่อแสวงหาที่ยืนในการเข้าร่วมดูแลย่าน ดูแลท้องถิ่นของตนมากขึ้น