User login

Navigation

Who's online

There are currently 0 users and 1 guest online.

มิติใหม่ของการรวมกันเป็นเครือข่าย

เมื่อเอ่ยถึงเครือข่าย คนมักคิดถึงเครือข่ายที่เป็นทางการ จึงมักถามหาโครงสร้าง สำนักงาน วิสัยทัศน์ ภารกิจ การบริหารจัดการของเครือข่าย ตลอดจนการจัดความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในเครือข่ายที่ต้องมีรูปแบบที่แน่นอน ตามวิธีคิดแบบเดิม แต่เครือข่ายพลเมืองเปลี่ยนกรุงเทพฯ ที่กำลังกล่าวถึงอยู่นี้ เป็นเครือข่ายที่ไม่เป็นทางการ ไม่ได้มีโครงสร้างที่แข็งตัว ขับเคลื่อนด้วยการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และการพบปะหารือกันผ่านเวทีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ ไม่ต้องมีเจ้าภาพชัดเจน แต่ต้องรักษาพันธะสัญญาที่เป็นข้อสรุปร่วมจากที่ประชุม แล้วนำไปดำเนินการต่อ เพื่อให้เกิดการขยับขับเคลื่อนของเครือข่าย

เครือข่ายที่ไม่เป็นทางการนี้ ไม่ติดกรอบอำนาจ ไม่มีเจ้าของ ไม่มีใครรู้ดีกว่าใคร แต่เน้นการมีปฏิบัติการร่วมกัน มีความยืดหยุ่นสูง และเชื่อมร้อยกันด้วยใจ สมาชิกของเครือข่ายสามารถรักษาเป้าหมาย แนวทางการทำงานตามวิสัยทัศน์ และภารกิจเบื้องต้นขององค์กรตนไว้ได้ การมาร่วมกันเป็นเครือข่ายก็เพื่อ ทำหน้าที่ บางอย่างร่วมกันเป็นวาระๆ ไป เครือข่ายอาจมีหรือไม่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันก็ได้ แต่ควรต้องมีภารกิจร่วมกัน เพื่อเป็นหลักหมุดว่าต้องขับเคลื่อนเครือข่ายให้บรรลุเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง ตามที่ได้มีฉันทามติร่วมกัน

เครือข่ายแบบไม่เป็นทางการนี้ ชูความสัมพันธ์แนวราบระหว่างสมาชิกเครือข่ายด้วยกัน ใช้เวทีพบปะหารือเป็นสถานที่ทำงานเพื่อแสวงหามติร่วม แล้วแต่ละหน่วยองค์กรกลับไปปฏิบัติงานตามข้อสรุปจากเวทีหารือ เมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานแต่ละครั้ง สมาชิกเครือข่ายจึงกลับมาพบปะกันอีก เพื่อเรียนรู้จากการทำงานร่วมกันทั้งขบวนการ จึงถือได้ว่า เวทีแลกเปลี่ยนความรู้เป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยพัฒนาเครือข่ายให้มีการดำเนินงานไปสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เมื่อคำนึงถึงประโยชน์ของการมารวมกันเป็นเครือข่าย เบื้องต้นคนมักนึกถึงการมารวมกันเพื่อระดมเงิน หรือระดมทุนที่เป็นวัตถุสิ่งของ โดยมองข้ามการสนับสนุนกันและกันของสมาชิกเครือข่ายในรูปแบบอื่นๆ เช่น เรื่องวิธีคิด ความรู้ และทักษะการจัดการ หรือความชำนาญเฉพาะด้านในการขับเคลื่อนสังคมของแต่ละองค์กรสมาชิก แต่เครือข่ายสมัยใหม่นั้น เน้นเรื่องการระดมความรู้ ความชำนาญที่แตกต่างกันของสมาชิก เพื่อนำมาเสริมจุดอ่อนของกันและกัน เช่น สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ วางบทบาทตัวเองไว้เป็นผู้ศึกษา และขับเคลื่อนการผลักดันเชิงนโยบาย เพื่อสร้างสุขภาวะขึ้นในสังคม หากเห็นว่าบางประเด็นของเครือข่ายสอดคล้องกับวาระของสำนักงานสุขภาพแห่งชาติในปีนั้น ที่กำลังผลักดันสู่นโยบายสาธารณะ เครือข่ายก็ไม่จำเป็นต้องผลักดันเอง หากควรร่วมมือเป็นเครือข่ายกับสำนักงานสุขภาพแห่งชาติ เพื่อสนธิพลังผลักดันให้แรงขึ้น เป็นต้น หรือการร่วมงานกับภาคีสื่อสาธารณะ เช่น สถานีโทรทัศน์ โดยเครือข่ายทำหน้าที่ชี้เป้า ชงประเด็น และให้ข้อมูล แล้วสถานีโทรทัศน์เป็นผู้ผลิตรายการและเผยแพร่

เห็นได้ว่า หัวใจสำคัญของการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายแบบนี้ คือ การมาบริหารทุนที่แต่ละองค์กรมี และพร้อมที่จะจัดสรรให้กับเครือข่าย โดยองค์กรได้ประโยชน์ เครือข่ายก็ได้ประโยชน์ด้วย นั่นคือ การร่วมกันบนความต่าง และยังคงรักษาความต่างไว้ แต่สามารถทำงานร่วมกันได้ บนหลักการ ความหลากหลาย คือ ความสวยงาม