เขตหนองจอก

สุขภาวะแบบฉบับชาวหนองจอก

หนองจอก เป็นพื้นที่ชานเมืองของกรุงเทพฯ  พื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นพื้นที่เกษตรกรรม โดยหลักแล้วเป็นการทำนา
ปลูกข้าวและเลี้ยงปศุสัตว์ นอกจากนี้ยังคงมีความเหนียวแน่นทางวัฒนธรรมสูงโดยเฉพาะในกลุ่มชาวมุสลิม
ที่เคร่งครัดในศาสนาที่อาศัยอยู่มากในย่านนี้ อย่างไรก็ตาม   หนองจอกก็เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความเจริญ
ของเมืองที่แพร่กระจายออกมาจากศูนย์กลาง ในลักษณะที่ไม่ต่างไปจากทวีวัฒนามากนัก ได้แก่ การเกิดขึ้น
ของบ้านจัดสรรจำนวนมาก ปัญหาน้ำเสีย ปัญหาเยาวชน  เป็นต้น

ทีมงานโครงการฯ ได้ลงพื้นที่เขตหนองจอกเมื่อต้นปี ๒๕๔๘  โดยเข้าไปที่ชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา
อันมีชื่อเสียงเลื่องลือในเรื่องความเข้มแข็งชุมชน และจากที่ร่วมกับชุมชนทำกิจกรรมประชุมเพื่อร่วมสร้างอนาคต
(Future Search  Conference)  ทำให้ได้ทราบถึงประเด็นปัญหา ความท้าทายที่เกิดขึ้นกับพื้นที่
ตลอดจนความต้องการในการพัฒนา

ต่อมา  ทีมงานโครงการฯ ได้พบแกนนำท่านอื่นๆ ในเขตหนองจอกเพิ่มมากขึ้น จึงได้จัดวงสนทนาแลกเปลี่ยน
พูดคุยกับแกนนำเหล่านี้ด้วยกระบวนการที่เรียกว่าสุนทรียสนทนา (Dialogue)  ที่โรงเรียนอิสลามลำไทร
และที่ทรัพย์เจริญกรีนแลนด์ รีสอร์ท  โดยเน้นให้เกิดการมีส่วนร่วมกำหนดตัวตนของชุมชนเองในการ
ให้ความหมายของ  “สุขภาวะ” ว่าสุขภาวะของเขาเป็นอย่างไร   จนได้ความหมายสุขภาวะ
ของคนหนองจอกคือ  “การมีสภาพแวดล้อมที่ดี อาหารที่บริโภคปลอดภัย”  อันเกี่ยวข้องกับผู้ผลิต ซึ่งได้แก่
เกษตรกรในเขตหนองจอก และผู้บริโภคโดยตรงจึงนำไปสู่ความพยายามที่จะเชื่อมโยงให้เกิดความร่วมมือ
ระหว่างชาวนาหนองจอกที่สนใจการทำนาข้าวอินทรีย์ กับนักธุรกิจ ซึ่งมีความชำนาญในเรื่องการตลาด
เพื่อสร้างธุรกิจเพื่อสังคมและตอบโจทย์เรื่องสุขภาวะในการทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้นและให้ได้อาหารปลอดภัย
เนื่องจากการทำนาข้าวทุกวันนี้ มีการใช้สารเคมีกันมาก ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ผลิต และผู้ที่อาศัย
อยู่ในพื้นที่ รวมทั้งไม่ปลอดภัยต่อการบริโภคอีกด้วย จึงมองกันว่า หากมีการรวมตัวกันพัฒนาการทำนาข้าวอินทรีย์
แล้ว จะสามารถบรรเทาปัญหาได้ และยังสามารถแบ่งปันผลกำไร มาเป็นซะกาต ตามหลักศาสนาอิสลาม
เป็นกองทุนสวัสดิการในชุมชนหรือเป็นกองทุนสุขภาวะเพื่อช่วยเหลือสังคมได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตมาสู่การทำนาอินทรีย์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นเรื่องของ
การปรับเปลี่ยนความคิด และยังต้องเผชิญกับปัญหาอื่นๆ อีก จึงต้องอาศัยการทุ่มเทแรงกายแรงใจค่อนข้างมาก  
ทั้งในเชิงเทคนิคและในเชิงสังคม เช่น  อาจได้ผลผลิตน้อยในช่วงแรก ชาวบ้านยังเกิดคำถามในเรื่องปุ๋ย 
การปราบวัชพืช   ปัญหาเรื่องข้าวปน  ตลอดจนมาตรฐานข้าวอินทรีย์  เพราะแม้เกษตรกรจะงดใช้สารเคมีในนา
ของตนแล้ว แต่ถ้าแปลงข้างเคียงยังใช้สารเคมีอยู่ก็จะทำให้เกิดการปนเปื้อน เพราะต้องใช้น้ำในคลองร่วมกัน
ทำให้ไม่ได้การรับรองคุณภาพข้าวอินทรีย์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีผลต่อเรื่องการตลาด การพยายาม
รวมกลุ่มชาวบ้านที่สนใจเพื่อรวมตัวเป็นกลุ่มก้อน จึงทำได้ไม่ง่ายเลย       ประกอบกับชาวบ้านเคยผ่าน
ประสบการณ์ที่ไม่ดีในเรื่องนี้มาก่อน เนื่องจากที่ผ่านมา เคยมีหน่วยงานเข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรหนองจอก
รวมตัวกันปลูกข้าวปลอดสารพิษ  แต่สุดท้ายเมื่อผ่านขั้นตอนต่างๆ อันยุ่งยาก ต้นทุนสูง ตั้งแต่การเพาะปลูก
เก็บเกี่ยว ตากแห้ง สี แปรรูปบรรจุถุงสุญญากาศ ติดฉลากเรียบร้อยแล้ว กลับขายไม่ได้ 

การทำให้เกิดสุขภาวะของคนหนองจอกในแง่ที่หมายถึง “การมีสภาพแวดล้อมที่ดี อาหารที่บริโภคปลอดภัย”
การทำธุรกิจเพื่อชุมชนในเรื่องข้าวอินทรีย์ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการจุดประกายเพื่อที่จะขับเคลื่อนเรื่อง
กองทุนสุขภาวะ ซึ่งทีมงานโครงการได้เชื่อมประสานเกษตรกร และนักธุรกิจที่มีใจรักในท้องถิ่นเข้ามาร่วมเรียนรู้
แลกเปลี่ยน และให้เห็นถึงบทบาท ความสำคัญ ที่ต่างก็เป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง และเป็น
เรื่องที่ต้องพยายามหาหนทางดำเนินงานที่เหมาะสมต่อไป 

pic_nongjok

 

Copyright@ 2006 Bangkok Forum
บางกอกฟอรั่ม เลขที่ 104, 106 ถ.แพร่งภูธร แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทร. 02-228-1362-3 และ 02-622-2316โทรสาร 02-228-1362 หรือ www.bangkokforum.net หรือ [email protected]